ไปต่อ
ปัญหาเรื่องการเสริมทีมเพื่อแข่งขันแย่งแชมป์ของ อัล-นาสเซอร์ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ทีมของประเทศร่วมกับ อัล-อิตติฮัด, อัล-ฮิลาล และ อัล-อาห์ลี ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (พีไอเอฟ) ไม่เป็นที่น่าพอใจและตัว โรนัลโด้ ดันออกมาพูดว่าทีมอย่าง อัล-ฮิลาล ได้รับการสนับสนุนมากกว่า
จะจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ แต่นั่นทำให้ลีกฟุตบอลซาอุดิอาระเบีย ไม่พอใจอย่างหนักเพราะมองว่าที่เป็นการทำลายภาพลักษณ์อย่างรุนแรง
นั่นทำให้แม้ว่าเจ้าตัวจะต่อสัญญาใหม่กับทีมเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วไปจนถึงปี 2027 แต่มีความเป็นไปได้ที่การย้ายทีมจะเกิดขึ้นหลังจบฤดูกาลนี้เลย โดยมีการเปิดเผยว่า โรนัลโด้ สามารถย้ายทีมได้ในราคา 43 ล้านปอนด์ ในซัมเมอร์ 2026 ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับอายุ 41 ปี
ทาง เดอะ ซัน สื่อดังของ อังกฤษ ยก 5 สโมสรที่ โรนัลโด้ อาจจะไปร่วมทีม
สปอร์ติ้ง ลิสบอน
หากการย้ายทีมนี้เกิดขึ้นจะเป็นการย้ายที่โรแมนติกทีเดียวในการกลับมาอยู่ที่สโมสรแรกเมื่อครั้งเริ้่มต้นอาชีพ
แน่นอนว่าที่นี่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คงจะได้รับการต้อนรับเยี่ยงฮีโร่ แม้ว่าเจ้าตัวจะลงเล่นให้กับสโมสรไปเพียง 31 เกม ก่อนจะย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2003
แต่ความผูกพันกับการเป็นเด็กในอะคาเดมี่ช่วงปี 1997-2002 รวมถึงการได้กลับไปอยู่ที่บ้านเกิดอีกครั้ง ทำให้การย้ายทีมนี้ดูจะมีความเป็นไปได้ไม่น้อยเลย
ถึงอย่างนั้นทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อยอาจจะเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ สำหรับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน นอกจากเงินก้อนนั้นจะได้รับการสนับสนุนจาก โรนัลโด้ ที่รับทรัพย์มหาศาลจากค่าเหนื่อยที่ ซาอุดิอาระเบีย มาแล้ว
โคโม่
สโมสรดาวรุ่งพุ่งแรงของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ภายใต้การนำของ เชส ฟาเบรกาส อดีตกองกลางทีมชาติสเปน ที่ตอนนี้กำลังแย่งพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับบรรดาทีมดัง
และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เองก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับฟุตบอล อิตาลี หลังเคยไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส ช่วงปี 2018-2021 พร้อมกด 81 ลูกจาก 98 เกม ใน เซเรีย อา คว้าแชมป์ลีก 2 สมัย บวกกับ โคปปา อิตาเลีย 1 สมัย และ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลีย 2 สมัย
ภายใต้การนำของ อาร์. บูดี้ ฮาร์โตโน่ และ ไมเคิ่ล ฮาร์โตโม่ สองพี่น้องมหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซีย ที่มีทรัพย์สินมากกว่าสามหื่นห้าพันล้านปอนด์ พวกเขาสามารถยื่นข้อเสนอที่ดีได้
แต่จะยังไงก็ตามก็คงต้องช่วยลดค่าเหนื่อยลงด้วยเพราะว่ามันสูงเหลือเกิน
อินเตอร์ ไมอามี่
นี่อาจจะเป็นหนึ่งในสโมสรที่แฟนๆ หลายคนส่งเสียงเชียร์เพราะเราจะได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปประสานงานกับ ลิโอเนล เมสซี่
แน่นอนว่าสโมสรเองก็มีศักยภาพในการทุ่มทุนในการดึงซูเปอร์สตาร์ หลังเคยได้เห็นมาแล้วนอกจาก ลิโอเนล เมสซี่ ก็ยังมี หลุยส์ ซัวเรซ, โรดรีโก้ เด ปอล และ เซร์คิโอ เรกีลอน แม้ว่าชื่อชั้นจะห่างกันมากก็ตาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ซัวเรซ กำลังจะหมดสัญญาสิ้นปี 2026 และดูจากสภาพแล้วคงไม่ขยายออกไป ส่วนในรายของ เมสซี่ มีสัญญาถึงปี 2028
ก็หวังว่า เดวิด เบ็คแฮม จะสนใจกับดีลนี้ช่วยให้ความหวังของแฟนบอลมากมายได้เป็นจริงที่จะได้เห็น โรนัลโด้ X เมสซี่ ในทีมเดียวกันสักครั้งในชีวิต
อัล-ฮิลาล
ต่อต้านไม่ได้ก็เข้าร่วมไปเลย แถมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเยอะ แค่เปลี่ยนสโมสรเท่านั้นแต่อยู่ใน ซาอุดิระเบีย เหมือนเดิม
อัล-ฮิลาล เป็นจ่าฝูงของลีกในชขณะนี้และถือว่าเป็นทีมชั้นนำของสโมสร โดยที่นั่นมีทั้ง เตโอ แอร์กน็องเดซ รวมถึง คาริม เบนเซม่า ที่เพิ่งไปร่วมทีม ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของเขาอยู่ที่นั่นด้วย
นอกจากนี้การย้ายไปเล่นที่นี่อาจจะเป็นการย้ายทีมเดียวที่จะทำให้เขายังรับค่าจ้างเท่าเดิมด้วย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
การจากไปของ เอริก เทน ฮาก อาจจะทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีทางเลือกในการกลับไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง
สตาร์วัย 41 ปี เดินออกจากถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด หนที่ 2 แบบจบไม่สวยหลังให้สัมภาษณ์สุดช็อกกับ เพียร์ซ มอร์แกน โดยวิจารณ์การบริหารของสโมสร รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่อยู่ในสภาพเดียวกับเมื่อเขาอำลาทีมไปเมื่อปี 2009
ตอนนี้ ยูไนเต็ด อยู่ภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งหากได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมถาวร ก็อาจทำให้ โรนัลโด้ กลับมาได้ โดยทั้งคู่เคยเล่นร่วมกัน 127 เกม ภายใต้การคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
คาร์ริค ยังเคยเป็นโค้ชตอน โรนัลโด้ ที่ยูไนเต็ดในช่วงที่เขาคุมทีมชั่วคราวหลังจากการปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในปี 2021 ด้วย โดยกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ลงเล่น 3 เกมในช่วงเวลานั้นและทำ 3 ประตู รวมถึง 2 ประตูในเกมชนะ อาร์เซน่อล 3-2 ก่อนที่ ราล์ฟ รังนิก จะมาคุมทีม
แต่ถึงกระนั้นเชื่อว่าโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างน้อยเพราะเจ้าตัวคงไม่คิดกลับไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" เป็นหนที่ 3

