เจาะสังเวียนฟุตบอลโลก 2026 (ต่อ)

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
88
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วันนี้เราจะมาต่อกันอีก 8 สนามที่เหลือ ที่จะใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงกลางปีนี้

9.ยิลเลตส์ สเตเดี้ยม (บอสตัน สเตเดี้ยม)


ความจุ : 63,815


    บอสตัน อาจจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสีสันแต่สนาม ยิลเลตส์ สเตเดี้ยม กลับมาแสงไฟสาดส่องอย่างมากทางฝั่งเหนือ

    แฟนๆ สามารถชมการแข่งขันได้จากยอดประภาคารสูง 22 ชั้น ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เหนืออัฒจันทร์ ประภาคารนี้ถูกแทนที่ในปี 2023 ด้วยประภาคารใหม่สูง 66 เมตร ซึ่งมีจุดชมวิว 360 องศาอยู่ด้านบน

    ถัดจากสิ่งก่อสร้างที่แปลกตานี้คือสะพาน ซึ่งจำลองมาจากสะพานลองเฟลโลว์ ของ บอสตัน - ใครก็อยากมีสะพานและประภาคารอยู่ในสนามกีฬาใช่ไหมล่ะ?

10.ลีวายส์ สเตเดี้ยม (ซาน ฟรานซิสโก เบย์ แอเรีย สเตเดี้ยม)
ความจุ : 63,391


    อีกหนึ่งสนามกีฬาที่มีเรื่องแปลก นั่นคือสนามฟุตบอลอยู่บนพื้น... และมีแปลงผักอยู่บนหลังคา

    สนามแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นสถานที่ชั้นนำด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยใช้น้ำรีไซเคิลสำหรับการรดน้ำต้นไม้และชักโครก มีพื้นที่ปูด้วยวัสดุสะท้อนแสงอาทิตย์พิเศษ และเน้นการรีไซเคิลเป็นอย่างมาก

    แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือบน 'หลังคาสีเขียว' ซึ่งเป็นที่ตั้งของ เฟธฟูล ฟาร์ม (Faithful Farm) โดยเริ่มทำการปลูกครั้งแรกในปี 2018 และได้รับแสงแดดจาก ซานตา คลาร่า มีพืชผลกว่า 40 ชนิดปลูกหมุนเวียนกัน รวมถึง มะเขือเทศ, บวบ, มะเขือม่วง และ พริก รวมถึงสมุนไพรอย่าง โหระพา, เสจ และ ลาเวนเดอร์

    ผลผลิตจากฟาร์มมีประมาณ 3,400 กิโลกรัม ต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่นำไปใช้ในร้านอาหารและบริการรับรองระดับไฮเอนด์ภายในสนามกีฬานั่นเอง

11.ลินคอล์น ไฟแนนเชี่ยล ฟิลด์ (ฟิลิเดลเฟีย สเตเดี้ยม)
ความจุ : 65,827


    สนามกีฬาสุดท้ายใน สหรัฐ อเมริกา ที่รับหน้าเสื่อจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้คือ ลินคอล์น ไฟแนนเชี่ยล ฟิลด์ และมันก็เป็นคู่แข่งกับ ลีวายส์ สเตเดี้ยม ในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ที่จริงแล้วสนามกีฬาใน ฟิลาเดลเฟีย แห่งนี้เป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสร้างและใช้พลังงานแบบหมุนเวียน

    มีแผงโซลาร์เซลล์มากถึง 11,000 แผ่นบนหลังคาและกังหันลม 14 ตัวอยู่ด้านนอก ทำให้สนามแห่งเป็นสังเวียนที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

12.เอสตาดิโอ อัครอน (เอสตาดิโอ กัวดาลาฮาร่า)
ความจุ : 44,330


    ข้ามพรมแดนมายังประเทศเม็กซิโก สนามกีฬาทั้ง 3 แห่งในประเทศนี้ล้วนน่าสนใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยสนามกีฬา อัครอน ใน กัวดาลาฮาร่า ได้รับฉายาว่า "ภูเขาไฟฟุตบอล" เพราะสร้างขึ้นบนเนินเขาที่มนุษย์สร้างขึ้น และด้านข้างปกคลุมด้วยหญ้าธรรมชาติ

    ธีมภูเขาไฟยังคงต่อเนื่องมายังหลังคาสีขาวคล้ายเต็นท์เพื่อแสดงถึงกลุ่มไอน้ำ และที่นั่งสีแดงแสดงถึงปล่องภูเขาไฟที่ร้อนระอุ

    แนวคิดคือผู้ออกแบบไม่ต้องการให้มันดูเป็นคอนกรีตที่มองแล้วไม่สวยงาม จึงเลือกที่จะทำให้มันดูเหมือนภูเขา หรือที่ดียิ่งกว่านั้นคือภูเขาไฟที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินและพร้อมที่จะระเบิดด้วยเสียง สีสัน ความตื่นเต้น และพลังงาน… เหมือนกับตอนที่ กาเนโล่ อัลวาเรซ ขึ้นสังเวียนชกกับ ชากีรา และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อฟุตบอลโลกมาถึงมันคงจะเป็นเช่นนั้นเช่นกัน

    เกร็ดความรู้ : พื้นหญ้าด้านนอกช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำในการกักเก็บน้ำฝน ซึ่งจะถูกนำไปใช้ในการรดน้ำสนามและชักโครก

13.เอสตาดีโอ บีบีวีเอ (เอสตาดิโอ มอนเตร์เรย์)
ความจุ : 50,113


    ในขณะที่ เอสตาดิโอ อัครอน ถูกออกแบบให้ดูเหมือนภูเขา ทางฝั่ง เอสตาดีโอ บีบีวีเอ ถูกออกแบบให้มองไปยังภูเขา

    "ยักษ์เหล็ก" แห่ง มอนเตร์เรย์ เปิดใช้เมื่อปี 2015 แต่ถูกออกแบบให้ไม่สมมาตรด้วยเหตุผลอันชาญฉลาด - ด้านทิศเหนือมีความสูง 46 เมตร ส่วนด้านทิศใต้สูงเพียง 32 เมตรเท่านั้น

    และนั่นก็เพื่อให้แฟนบอลบางส่วนได้เห็นทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาเซร์โร เด ลา ซิลลา สูง 5,970 ฟุต ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ทางทิศใต้ของสนามกีฬานั่นเอง

14.เอสตาดิโอ อัซเตก้า (เม็กซิโก ซิตี้ สเตเดี้ยม)
ความจุ : 72,766


    ชื่อ อัซเตก้า จะทำให้แฟนบอลนึกถึงอดีตในทันทีเพราะสนามแห่งนี้เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1970 และ 1986 ซึ่ง บราซิล ของ เปเล่ และ อาร์เจนติน่า ของ ดีเอโก้ มาราโดน่า คว้าแชมป์ตามลำดับ

    แต่สำหรับนักฟุตบอลแล้ว มันอาจทำให้พวกเขานึกถึงยากลำบากซะมากกว่าเพราะ เม็กซิโก ซิตี้ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,200 เมตร

    ด้วยความสูงระดับนั้นทำให้มีอากาศเบาบาง ส่งผลให้นักฟุตบอลหายใจหอบในสภาพอากาศชื้นสูง ขณะที่ลูกบอลก็ลอยเร็วขึ้นด้วย

    นอกจากจะใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน เอ็นเอฟแอล และคอนเสิร์ตขนาดใหญ่แล้ว เอสตาดิโอ อัซเตก้า ยังเคยเป็นสถานที่จัดงานประชุมทางศาสนาคริสต์ขนาดใหญ่ต่างๆ โดยมีผู้เข้าร่วมมากถึง 105,000 คนในวันเดียว และยังเคยจัดงานศพสาธารณะให้กับ โรแบร์โต้ โกเมซ ‘เชสปิริโต’ โบลาโนส ที่เป็นแฟนบอลของสโมสร คลับ อเมริกา และนักแสดงตลกอีกด้วย

15.บีซี เพลส (แวนคูเวอร์)
ความจุ : 48,821


    แคนาดา มีสนามกีฬา 2 แห่งสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รวมถึง บีซี เพลส ใน แวนคูเวอร์ โดยสนามกีฬาแห่งนี้เคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดและปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2010

    3 ปีก่อนการแข่งขันโอลิมปิก หลังคาแบบใช้ลมที่ใช้ในอดีตต้องถูกปล่อยลมออกและสูบลมใหม่หลังจากหิมะและน้ำแข็งสะสมจนทำให้ผ้าฉีกขาด แต่หลังจากโอลิมปิก หลังคาแบบใช้ลมของสนามกีฬาถูกแทนที่ด้วยหลังคาแบบพับเก็บได้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งรองรับด้วยสายเคเบิล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงครั้งใหญ่ และมีกระดานคะแนนขนาดยักษ์แขวนอยู่เหนือสนาม

    เช่นเดียวกับสนามกีฬา อัซเตก้า - บีซี เพลส ก็มีความเกี่ยวข้องทางศาสนา - สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เคยเสด็จเยือนในปี 1984 ไม่กี่เดือนก่อนที่ บิลลี่ เกรแฮม นักเทศน์ชื่อดังระดับโลกและเพื่อนของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 จะจัดการเทศน์ยาว 8 คืน

16.บีเอ็มโอ ฟิลด์ (โตรอนโต้ สเตเดี้ยม)
ความจุ : 44,315


    น่าเสียดายเหมือนกันที่สนามแห่งนี้อยู่ในอันดับสุดท้ายและมีความจุน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสนามอื่นๆ ใน โตรอนโต้

    โดยปกติแล้วสนามแห่งนี้มีความจุเพียง 30,000 ที่นั่งสำหรับการแข่งขัน เมเจอร์ลีก ของ โตรอนโต่ เอฟซี ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของฟีฟ่าที่ 40,000 ที่นั่ง

    ดังนั้น โตรอนโต้ จึงเร่งเพิ่มที่นั่งเกือบ 15,000 ที่นั่งเพื่อให้มีความจุแตะ 45,000 ที่นั่ง ซึ่งก็ยังคงเป็นสนามที่เล็กที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 โดยการสร้างอัฒจันทร์ชั่วคราวทับบนอัฒจันทร์ถาวรทางทิศเหนือและทิศใต้

    เช่นเดียวกับ สเตเดี้ยม 974 ที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์ใน กาตาร์ เมื่อปี 2022 โครงสร้างชั่วคราวนี้จะถูกรื้อถอนทันทีที่ บีเอ็มโอ ฟิลด์ จัดการแข่งขันนัดที่ 6 และนัดสุดท้าย ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบ 32 ทีมในวันที่ 2 กรกฎาคม

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})