แซมบ้า บลูส์
สิงโตน้ำเงินแห่งกรุงลอนดอน ได้จัดการฉลองความสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ระหว่าง เชลซี กับ บราซิล ด้วยการเปิดตัวสารคดีพิเศษ "แซมบ้า บลูส์" ที่แฟนๆ สามารถเข้าไปรับชมกันได้ โดยมีบทสัมภาษณ์กับนักเตะชาวบราซิลปัจจุบันทั้ง 3 คน และตำนานของสโมสร
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีแข้งชาวบราซิล ที่ได้รางวัล รวมถึง 6 ประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่แม้แต่ผู้เล่นในเกมรับก็มีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ดด้วย
แต่นักเตะอย่าง ดีเอโก้ คอสต้า (ทีมชาติสเปน), จอร์จินโญ่ (ทีมชาติอิตาลี) และ เอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ (ทีมชาติอิตาลี) ที่เกิดและเติบโตใน บราซิล แต่ไม่ได้เล่นให้ทีมดังแห่งอเมริกาใต้ จะไม่ถูกนับรวมอยู่ในลิสต์นี้
ขณะเดียวกันน่าเสียดายที่ เอแมร์ซอน โธม รวมถึง ลูกัส ปิอาซอน ไม่เคยทำประตูให้กับทีม แต่ก็มีอีกหลายคนที่ทำได้ซึ่งวันนี้เราจะไปย้อนดูว่ามีใครกันบ้างโดยเริ่มจากคนล่าสุด
อันเดรย์ ซานโต๊ส
แข้งชาว บราซิล คนล่าสุดที่ทำประตูให้กับ เชลซี ได้หลังจากที่กลับมาอยู่กับทีมในซีซั่นนี้ จากเมื่อซีซั่นที่แล้วไปเล่นกับ สตราส์บูร์ก ด้วยสัญญายืมตัวพร้อมผลงานเยี่ยมทำ 11 ประตูจาก 34 เกม
อันเดรย์ ซานโต๊ส แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและทำประตูแรกในการเล่นที่ อังกฤษ เกิดขึ้นในเกม คาราบาว คัพ กับ วูล์ฟส์ ด้วยการสับไกจากนอกเขตโทษบอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม
เอสเตเวา วิลเลี่ยน
ดาวดวงใหม่แห่งวงการฟุตบอลบราซิล และหลังจากที่ยิงประตูใส่ เชลซี ใน ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ - เอสเตเวา วิลเลี่ยน ก็ย้ายมาร่วมทีม เชลซี อย่างเป็นทางการ
และประตูแรกที่เขาทำได้กับสโมสรก็เป็นที่ตราตึงเพื่อสอยตาข่ายใส่ ลิเวอร์พูล ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะ 2-1 นั่นเอง
ชูเอา เปโดร
อีกหนึ่งแข้งใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาจาก ไบรท์ตัน โดยสโมสควักกระเป๋าสูงถึง 60 ล้านปอนด์ เพื่อคว้ามาร่วมทีม
ทันทีที่เซ็นสัญญา ชูเอา เปโดร ก็เดินทางมาสมทบกับเพื่อนทำศึกชิงแชมป์สโมสรโลกในทันที พร้อมประกาศศักดาตั้งแต่เกมแรกที่ลงเล่นในฐานะตัวจริงด้วยการทำ 2 ประตูใส่ ฟลูมิเนนเซ่
จากนั้นในเกมรอบรองชนะเลิศยิงทำประตูช่วยทีมถล่ม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-0 พร้อมคว้าแชมป์ไปครอง
ติอาโก้ ซิลวา
ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ซัมเมอร์ 2020 ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 หลังแยกทางกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ติอาโก้ ซิลวา ทำประตูแรกให้กับสโมสรในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ต้นเดือนพฤศจิกายน 2020 น่าเสียดายที่แม้จะพังตาข่ายในการลงเล่นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ในสนามกลับว่างเปล่าจากการ "ล็อคดาวน์"
ฤดูกาลที่ดีที่สุดของเขากับสโมสรคือในปี 2023/24 ที่ทำทั้งหมด 4 ประตู และเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่สโมสร ปิดฉากด้วยการเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ อย่างละ 1 สมัย
อเล็กซานเดร ปาโต้
มาเล่นกับ เชลซี ช่วงสั้นในครึ่งหลังของฤดูกาล 2015/16 ด้วยสัญญายืมตัวจาก โครินเธียนส์ ด้วยความหวังที่ว่าจะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในระยะยาวได้
อย่างไรก็ตามเจ้าตัวกลับได้ลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" แค่ 2 นัดเท่านั้นใน พรีเมียร์ลีก แต่เขาก็ประเดิมเกมแรกด้วยการทำประตูได้ในเกมชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 และเป็นประตูเดียวกับทีม
สุดท้าย เชลซี ไม่ได้ซื้อขาดและ อเล็กซานเดร ปาโต้ ก็ได้ย้ายไป บียาร์เรอัล หลังจากที่กลับไป โครินธียนส์ สโมสรในบ้านเกิด
เคเนดี้
ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ในปี 2015 จาก ฟลูมิเนนเซ่ ในฐานะดาวรุ่งอนาคตไกลแห่ง บราซิล ด้วยวัย 19 ปี ในตอนนั้น
ถึงกระนั้นเส้นทางในรั้ว "สิงห์บลูส์" ของ เคเนดี้ ไม่สามารถสอดแทรกมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้ โดยถูกปล่อยให้หลายสโมสรใช้งานตลอด 7 ปีกับสโมสรเขาโดนให้ทีมอื่นใช้งาน 5 สโมสรทั้ง วัตฟอร์ด, นิวคาสเซิ่ล, เคตาเฟ่, กรานาด้า และ ฟลาเมงโก้
เคเนดี้ ลงเล่นให้กับ เชลซี ทั้งหมด 30 นัด โดยทำประตูได้ในเกมที่ทีมเจอกับ นอริช ซิตี้ ซึ่งเกมนั้นทีมชนะ 2-1 เขาทำประตูได้หลังเกมเริ่มไปเพียง 39 วินาที เป็นประตูที่เร็วที่สุดในฤดูกาล 2025/16 ของ พรีเมียร์ลีก ด้วย
ฟิลิเป้ ลุยส์
ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดช่วงที่อยู่กับ แอตเลติโก มาดริด และย้ายมาอยู่กับ เชลซี ในปี 2014
อย่างไรก็ตามเขาไม่อาจแสดงผลงานได้ดีกว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ซึ่งในปีนั้นทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จ
แข้งทีมชาติบราซิล ลงเล่นรวม 26 นัด และทำได้ประตูเดียว แต่ก็เป็นประตูที่น่าจดจำด้วยการปั่นฟรีคิกเสียบตาข่ายในเกมรอบตัดเชือก คาราบาว คัพ ซึ่งทีมคว้าชัยและก้าวไปคว้าแชมป์ในที่สุด
วิลเลี่ยน
หนึ่งในนักเตะชาวบราซิล ที่ดีที่สุดที่เคยมาค้าแข้งกับ เชลซี และเขายังเป็นนักเตะ "แซมบ้า" ที่ทำประตูให้กับสโมสรมากที่สุดด้วย
วิลเลี่ยน ทำได้ 63 ประตู โดยลูกที่ยอดเยี่ยมที่สุดและได้รับเลือกให้เป็นประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรในปี 2018 เกิดขึ้นในเกมกับ ไบรท์ตัน
สตาร์ชาวบราซิล ค้าแข้งกับทีมระหว่างปี 2013-2020 ช่วยทีมเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย และ ยูโรปา ลีก 1 สมัย
ออสการ์
2 นาที หลังจากทำประตูแรกในสีเสื้อของเ เชลซี ในเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เปิดบ้านเจอกับ ยูเวนตุส, ออสการ์ ก็ทำประตูที่ 2 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสุดยอดประตูด้วยการหมุนตัวหลบ อันเดรีย ปีร์โล่ และปั่นโค้งผ่านมือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน เข้าไป และนี่คือประตูแห่งปีของสโมสรในปี 2013
หลังจากนั้นในปี 2015 เจ้าตัวยังมาได้รางวัลนี้อีกครั้งจากการยิงด้วยข้างเท้าด้านนอกใส่ ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ในฤดูกาลที่ทีมเป็นแชมป์ลีก
ดาวิด ลุยซ์
กองหลังจอมบุกใช้เวลาเพียง 3 เกม ในการทำประตูแรกให้กับ เชลซี ด้วยจังหวะวอลเล่ย์เสียบตาข่ายอย่างสวยงามช่วยทีมตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนมีนาคม 2011 ซึ่งเกมนั้นจบลงด้วยชัยชนะ 2-1
ทั้ง 18 ประตูที่ ดาวิด ลุยซ์ ทำได้ตลอดการลงสนาม 248 เกม โดยมีทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นเหยื่อ แต่ลูกที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดคือการยิงไกลใส่ ฟูแล่ม ที่ คราเว่น ค็อทเทจ
รามีเรส
แม้ว่าจะไม่ใช่กองหน้า แต่มิดฟิลด์รายนี้ทำได้ถึง 34 ประตูจากการลงเล่นรวม 248 เกมทุกรายการให้กับสโมสร แต่เขาทำประตูสวยที่สุดแห่งปีของสโมสรถึง 2 หน
ประตูแรกในปี 2011 คือการเลี้ยงหลบผู้เล่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างพริ้วไหวก่อนจบสกอร์อย่างเฉียบคม ตามด้วยปี 2012 ที่ได้บอลทะลุช่องหลุดไปชิปข้าม บิคตอร์ บัลเดส เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น
ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ
ด้วยประสบการณ์และความยอดเยี่ยมในการค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ดังนั้นการย้ายมา เชลซี จึงมีความคาดหวังไม่มากก็น้อย
แม้จะอยู่กับทีมเพียง 3 ปี และฟอร์มในภาพรวมยังไม่ดีนัก แต่เขาก็มีประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร ในปี 2008 กับจังหวะยิงไกลเกือบ 40 หลา ในเกมกับ สเปอร์ส
นอกจากนี้ก็ยังมีประตูสุดสวยคล้ายกันในเกมกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ และประตูสุดท้ายของเจ้าตัวกับสโมสรในเกมกับ สโต๊ค ซิตี้ ด้วย
อเล็กซ์
ไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ ชูเลียโน่ เบลเล็ตติ จะทำประตูได้ นักเตะชาวบราซิล อีกคนหนึ่งที่ย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ 2007 เช่นกัน ก็เปิดประตูแรกให้กับ เชลซี ได้เช่นกัน
อเล็กซ์ กองหลังที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ตีนหนัก" กับจังหวะฟรีคิกกว่า 40 หลาที่เพื่อนเขี่ยมาให้เขาใส่เต็มข้อบอลติดไซส์ก้อยเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม
นอกจากนี้ก็ยังมีฟรีคิดสุดสวยที่กดใส่ทั้ง ลิเวอร์พูล ที่อัดบอลพุ่งผ่าน เปเป้ เรน่า รวมถึงเกมกับ อาร์เซน่อล ที่ยิงตูมเดียวทะลุผ่านมือ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ เข้าไป

