มือเปล่า
นี่ถือเป็นหนึ่งในรอบชิงชนะเลิศที่สูสีอีกครั้งจากความตึงเครียดกําลังก่อตัวขึ้นแล้วในช่วงครึ่งแรกที่ต่างฝ่ายต่างแทบไม่มีโอกาสที่ชัดเจน นอกเหนือจากการเซฟครั้งเดียวของ โรเบิร์ต ซานเชซ
มีจังหวะเสียวเล็กๆ น้อยๆ ที่ อองตวน เซเมนโย่ โหม่งข้านคาน หรือจะจังหวะที่ มอยเซส ไกเซโด้ จะเคลียร์ออกจากเส้นในอีกไม่กี่นาทีต่อมา
อย่างไรก็ตามโมเมนตัมเหวี่ยงเข้าหาฝั่ง ซิตี้ ในครึ่งหลังในจังหวะเข้าโจมตีและเป็น อองตวน เซเมนโย่ ที่ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้
เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เกือบตีเสมอได้ทันทีหลังจากนั้น แต่เมื่อลูกวอลเลย์หลุดออกไป หลังจากนั้นมันก็ยากที่จะหาโอกาสตีเสมอ ด้วยเหตุนี้ ความพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ หมายความว่าการจะไปเล่นบอลยุโรปซีซั่นหน้าของ เชลซี จะต้องพึ่งอันดับในลีกกันแล้ว
การเลือกทีม
คาลั่ม แม็คฟาร์เลน ทําการเปลี่ยนแปลงสองตำแหน่งจากเกมเสมอ ลิเสอร์พูล 1-1 โดย โรเบิร์ต ซานเชซ กลับมาเฝ้าเสาแทนที่ ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น ส่วนในระบบ 3 เซนเตอร์ยังคงอยู่ โดยมี เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, ลีวาย โคลวิลล์ และ ยอร์เรล ฮาโต้ ทำหน้าที่
มาโล กุสโต และ มาร์ค กูกูเรย่า ยังคงเป็นวิง-แบ็กทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่ รีซ เจมส์ กลับมาเล่นในตําแหน่งกองกลางเพื่อเป็นกัปตันทีมสิงห์บลูส์ร่วมกับ มอยเซส ไกเซโด้ ส่วน โคล พาลเมอร์ และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ยังคงรักษาตําแหน่งใเพลย์เมกเกอร์ให้ ชูเอา เปโดร ยืนหน้าเป้า
จัดระเบียบการเล่น
หลังการเปิดเกมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยดอกไม้ไฟและวงโยธวาทิตในสนาม แบนเนอร์ และธงบนอัฒจันทร์ ก็ถึงเวลาแล้วที่การแข่งขันจะเริ่มต้นโดย โคล พาลเมอร์ เป็นคนเขี่ยลูกเริ่มเกม
แผนการเล่นในช่วงต้นของ เชลซี และเหตุผลในการเลือกรูปแบบนั้นชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นโดยมีแนวรุก 3 คนและวิง-แบ็กเพื่อให้เราสามารถกดสูงและคอยกดดัน ซิตี้ ไม่ให้ได้ครองบอลแบบสบสายจนเกินไป
นั่นทำให้เราได้เห็นทั้ง โคล พาลเมอร์, ชูเอา เปโดร และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ช่วยกันวิ่งไล่บอลในแดนหน้าไม่ให้คู่แข่งตั้งเกมง่ายๆ หรือดึงเกมช้าจนเกินไป
รูปแบบของ ซิตี้ ไม่ใช่ทีมที่ชอบเร่งเกมและพวกเขาพยายามลดจังหวะของเกมเมื่อใดก็ตามที่มีบอล ครั้งแรกที่พวกเขาได้จังหวะในการบุกก็ได้โอกาสจบเพียงแต่ไม่มีอะไรอันตรายจาก เฌเรมี โดกู
ในทางตรงกันข้าม "สิงห์บลูส์" มองหาการโจมตีอย่างรวดเร็วจาก โคล พาลเมอร์ และ ชูเอา เปโดร แต่หาจังหวะเขาทำไม่ได้
เกมที่มีชีวิตชีวา
ช่วง 20 นาที แรกแทบไม่มีโฮกาสทำประตูแบบให้ได้ลุ้นกันเลยแต่ ซิตี้ ดูกังวลนิดๆ เนื่องจาก มาเตอุส นูเนส ถูกบีบให้ต้องถอยลงไปต่ำเช่นเดียวกับ มาร์ กูกูเรย่า
จากนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้ แต่ไม่มีการเฉลิมฉลองจาก เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ เมื่อ มาเตอุส นูเนส เปิดบอลจากตำแหน่งล้ไหน้าที่ชัดเจน
"เรือใบ" เริ่มคุกคามมากขึ้นเล็กน้อยเมื่อผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก และ เชลซี ก็โดนใบเหลืองสองใบแรกของเกมไปที่ของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ มาร์ก กูกูเรย่า แต่จังหวะหวาดเสียวก็มีแค่ลูกยิงของ อองตวน เซเมนโย่ ที่ยิงติดบล็อคบอลลอยมาเข้าทาง โอมาร์ มาร์มูช พยายามจะยิงจังหวะสองแต่ไม่ถนัดบอลมาเข้ามือ โรเบิร์ต ซานเชซ
ดังนั้นเกมจึงช่วงพักด้วยสกอร์ที่ยังเสมอกัน 0-0 กับหนึ่งบล็อกของ โรเบิร์ต ซานเชซ ที่เป็นการเซฟจริงจังเพียงหนเดียวในช่วงเปิด 45 นาทีที่ เวมบลีย์
เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ลงสู่ครึ่งหลังพร้อมอันตรายที่มากกว่าแต่ เชลซี รอดไปได้จากลูกเปิดของ นิโก้ โอไรลี่ย์ ที่มาถึง อองตวน เซเมนโย่ โหม่งเน้นๆ ข้ามคาน
ความกดดันเริ่มก่อตัว
มันเริ่มมีความรู้สึกของหนึ่งในรอบชิงชนะเลิศถ้วยเหล่านั้นที่มีเพียงเล็กน้อยที่จะแยกทั้งสองฝ่ายในสนามเมื่อยังไม่มีประตูเกิดขึ้นและเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะตัดสินโดยช่วงเวลาหนึ่งของความฉลาด, หรือความผิดพลาดครั้งเดียว
เมื่อความระมัดระวังเริ่มมาถึงข้างหน้าในทั้งสองฝ่ายและการเริ่มเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นไว้ก่อน มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ สําหรับทั้งสองทีมที่จะพาบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายท้ายของสนาม
ตามหลัง
น่าเสียดายที่เป็นฝั่ง ซิตี้ ที่ชนะความกดดันนั้นได้ก่อนและได้ประตูขึ้นนำจังหวะที่ ฟิล โฟเด้น ไหลบอลเข้าเขตโทษด้านขวาให้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ตวัดเข้ากลาง อองตวน เซเมนโย่ ไขว้ยิงผ่านมือ โรเบิร์ต ซานเชซ เข้าไป
เชลซี ตอบโตกลับและน่าได้ประตูจากลูกตั้งแตะที่ เวสเล่ย์ โฟฟาน่า โหม่งเช็ดมาหน้าประตู เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ แหย่ขาดีดด้วยขวาบอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
หรือจะจังหวะโหม่งของ เลียม ดีแล็ก กองหน้าตัวสำรองตรงแถวจุดโทษที่ข้ามคานออกไปเช่นกัน สุดท้ายก็ทวงประตูคืนไม่ได้ จบด้วยความพ่ายแพ้
หมายความว่า...
ความพ่ายแพ้เท่ากับว่า "สิงห์บลูส์" มือเปล่าในฤดูกาลนี้ ทำให้การคว้าตั๋วลุยฟุตบอลยุโรปตอนนี้ต้องทำอันดับใน ข้อดีคือโควต้าขยับมาถึงอันดับที่ 8 แต่ ปัจจุบันพวกเขาหล่นมาอันดับ 10 จากการมี 49 คะแนนจาก 36 เกม หากชนะเกมตกค้างที่จะเจอกับ สเปอร์ส ก็จะขัยบขึ้นมาอันดับ 8 ได้ ก่อนปิดท้ายฤดูกาลด้วยการไปเยือน ซันเดอร์แลนด์

