5 แชมป์โลกแห่งทัพสิงห์
แต่แชมป์โลกก่อนหน้านี้มีถึง 4 คน ที่มาจากทีมชาติฝรั่งเศส และอีก 1 คน จาก เยอรมัน ซึ่งภาพรวมแล้วต้องบอกว่าไม่มากเท่าไร
กับการแข่งขันในครั้งนี้ทีมมีนักเตะจากชาติชั้นนำที่เป็นตัวเต็งเพียบทั้ว สเปน, อังกฤษ, อาร์เจนติน่าม โปรตุเกส และ เนเธอร์แลนด์ มีโอกาสที่พวกเขาจะมีนักเตะที่ได้แชมป์โลกเพิ่มเติมอีก
ส่วนตอนนี้เราไปดู 5 คนแรกว่ามีใครกันบ้าง
ฟร้องค์ เลอเบิฟ - 1998

หนึ่งในขุนพลทีมชาติฝรั่งเศส เมื่อปี 1998 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นตัวหลักเพราะทีมมี โลร็องต์ บล็องก์ กับ มาร์กแซล เดอไซยี่ เป็นคู่เซนเตอร์ตัวจริงอยู่แล้ว
หลังจากที่ "ตราไก่" ชนะ 2 เกมแรกเหรือ แอฟริกาใต้ และ ซาอุดิอาระเบีย พร้อมการันตีเข้ารอบต่อไป เลอเบิฟ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมสุดท้ายและช่วยทีมชนะ เดนมาร์ก 2-1
ความดราม่าเกิดขึ้นในรอบรองชนะเลิศที่ชนะ โครเอเชีย 2-1 เมื่อ บล็องก์ โดนไล่ออกทำให้ เลอเบิฟ ได้ลงเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 77 และต้องรับหน้าที่คู่หูของ เดอไซยี่ ในเกมนัดชิงชนะเลิศกับ บราซิล
แต่เขาก็โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมด้วยการหยุด โรนัลโด้ และ ริวัลโด้ ก่อนทีมชนะ 3-0 จากประตูของ ซีเนดีน ซีดาน 2 ลูก บวกกับ เอ็มมานูเอล เปอตีต์ อีก 1 ประตู
มาร์กแซล เดอไซยี่ - 1998

ตลอดทั้งทัวร์นาเม้นต์ "ฟร้องค์ 98" มาร์กแซล เดอไซยี่ ลงเล่นเป็นตัวจริงตั้งแต่นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มไปจนกระทั่งเกมชิงชนะเลิศกับ บราซิล
น่าเสียดายที่เกมสุดท้ายในนัดชิงถ้วยเขาโดนใบเหลือง 2 ใบ ถูกไล่ออกจากสนามนาทีที่ 68 ซึ่งตอนนั้นทีมนำ 2-0 ดีไม่เสียหายจนทำให้สถานการณ์ต้องพลิกไป และทีมคว้าชัยในที่สุด 3-0
นั่นทำให้การเซ็นสัญญากับ มาร์กแซล เดอไซยี่ ก่อนเริ่มบอลโลกไม่กี่วัน สร้างความหวังอย่างสูงให้กับแฟนบอล และต้องบอกว่ามันไม่ผิดหวังเลย
อันเดร เชือร์เร่ - 2014

เชลซี ต้องรอฟุตบอลโลกอีกถึง 4 ครั้งกว่าจะมีนักเตะในทีมที่ได้ชูโทรฟี่นี้อีกครั้ง
อันเดร เชือร์เร่ อยู่ในสถานะตัวสำรองในของทีม โยอาคิม เลิฟ โดยเขาถูกส่งลงเป็นมาตลอดตั้งแต่เกมเปิดสนาม มีแค่นัดที่ 2 ในรอบแบ่งกลุ่มที่เจอกับ กานา ที่ไม่ได้ลงสนาม
แต่เขามีบทบาทในเกมชิงชนะเลิศกับ อาร์เจนติน่า เมื่อ คริสต็อป คราเมอร์ บาดเจ็บและเขาก็ได้รับเลือกจาก โยอาคิม เลิฟ ให้ลงสนามในนาทีที่ 32
หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที 0-0 เขาคือคนที่ผ่านบอลให้กับ มาริโอ เกิทเซ่ ยิงประตูเดียวช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไปครอง
เอ็นโกโล่ ก็องเต้ - 2018

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลกมาหลายปีแล้ว และเขาได้แสดงความสามารถของเขาบนเวทีระดับโลกด้วยการช่วย ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ที่ รัสเซีย เมื่อ 8 ปีก่อน
พลังของกองกลางรายนี้ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้ ฝรั่งเศส ผ่านบรรดาชาติยักษ์ใหญ่ทั้ง อาร์เจนติน่า, อุรุกวัย และ เบลเยี่ยม
แม้ว่าเขาจะมีอาการท้องเสียในวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแต่ ก็องเต้ ก็ยังสามารถลงเล่นเป็นตัวจริงได้ โดยอยู่ในสนาม 55 นาที ในช่วงที่ ฝรั่งเศส นำ โครเอเชีย อยู่ 2-1 ก่อนจะปิดเกมด้วยชนะ 4-2
โอลิวิเยร์ ชิรูด์ - 2018

หลังจากที่ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมเปิดสนามกับ ออสเตรเลีย หลังจากนั้น โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ก็ได้ลงเป็นตัวจริงทุกนัดจนกระทั่งรอบชิงชนะเลิศ
แม้ว่าตลอดทั้งทัวร์นาเม้นต์เขาจะไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่การเล่นของเขาเสียสละอย่างมาก และช่วยให้ผู้เล่นคนอื่นอย่าง คีลิยัน เอ็นบั๊ปเป้, ปอล ป็อกบา และ อองตวน กรีซมันน์ ได้เฉิดฉาย
อย่างไรก็ตาม โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ทำได้ 2 แอสซิสต์ แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่ครบเครื่อง แม้ว่า "สปอร์ตไลท์" จะไม่ได้จับไปที่เขามากพอก็ตาม

