เอแด็น อาซาร์ กับฟุตบอลโลก 2018
จริงอยู่ที่เขาอาจจะไม่ได้ไปไดลถึงขั้นคว้าแชมป์มาครอง แต่ฟอร์มการเล่นกับ เบลเยี่ยม ที่จบอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2018 ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมเลย
นั่นคือผลงานที่ดีที่สุดของ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ในทัวร์นาเม้นต์ เวิลด์ คัพ ซึ่งวันนี้เราจะย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วกับผลงานของสตาร์ผู้นี้ ซึ่งหลายคนรู้สึกว่าเขาควรได้รางวัลรองเท้าทองคำด้วยซ้ำ
เอแด็น อาซาร์ เพิ่งทำประตูชัยพา "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่นานก่อนเดินทางไปลุยศึกที่ รัสเซีย พร้อมรับมอบปลอกแขนกัปตันทีมชาติในชุดที่ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ทีมเริ่มต้นด้วยการถล่ม ปานามา 3-0 ในนัดเปิดสนาม โดยเขาเป็นคนแอสซิสต์ให้ โรเมลู ลูกากู ทำ 2 ประตูในนัดนี้ ส่วนอีกลูกเป็นผลงานของ ดรีส์ เมอร์เท่นส์
จากนั้นเกมที่สอง เบลเยี่ยม จัดการถล่ม ตูนิเซีย 5-2 โดยเกมนี้ อาซาร์ ทำคนเดียว 2 ประตู ซึ่งเขากลายเป็นผู้เล่นคนแรกของ เชลซี ที่ทำประตูได้ในทัวร์นาเม้นต์ พร้อมจบเกมด้วยตำแหน่ง "แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์"
การคว้าชัยชนะสองนัดรวดทำให้ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ สามารถหมุนเวียนผู้เล่นสำหรับเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มกับ อังกฤษ ได้ซึ่งทาง อาซาร์ เป็นตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม ขณะที่ เบลเยียม เอาชนะไป 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ ญี่ปุ่น
หลังเกมครึ่งแรกที่ไม่มีประตู ครึ่งหลังทัพ "ซามูไร" มาทำ 2 ประตูรวดในช่วงต้นครึ่งหลัง สร้างความตกตะลึงและดูเหมือนความหวังในการเข้ารอบต่อไปจะหมดลง แต่ทัพ เบลเยี่ยม กลับฮึดทำ 3 ประตูแซงชนะอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากตีไข่แตกได้จาก ยาน แฟร์ต็องเก้น พวกเขามาตีเสมอได้จากลูกเปิดของ เอแด็น อาซาร์ ที่เข้าหัว มารูอาน เฟลไลนี่ โขกตุงตาข่าย และ นาเซอร์ ชาดลี่ มายิงทดเบพาทีมเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศสำเร็จ
อาซาร์ ได้รับเลือกเป็น แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ อีกครั้ง โดยเขามีผลงานพยายามยิง 3 ครั้ง หนึ่งในนั้นชนเสา ทำการจ่ายบอลสำคัญมากที่สุดในเกมถึง 5 ครั้ง และเลี้ยงบอลสำเร็จ 5 ครั้ง มากกว่าใครในเกม
เบลเยี่ยม ต้องเจอกับของแข็งอย่าง บราซิล โดยเกมนี้ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ มีการปรับแผนโดยให้ เควิน เดอ บรอยน์ เล่นในตำแหน่ง ฟอลส์ ไนน์ และขยับ โรเมลู ลูกากู ออกไปทางด้านขวา ส่วน เอแด็น อาซาร์ อยู่ฝั่งซ้าย สามารถตัดเข้าในและหาพื้นที่ว่างที่ เดอ บรอยน์ สร้างขึ้นได้
กลยุทธ์นี้ได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ เบลเยี่ยม บุกทะลวงแนวรับคู่แข่งในครึ่งแรก ประตูจากลูกเข้าประตูตัวเองของ แฟร์นานดินโญ่ และลูกยิงอันเฉียบคมของ เควิน เดอ บรอยน์ ทำให้ทีนำ 2-0 ในครึ่งแรก
ความสามารถของ เอแด็น อาซาร์ ในการครองบอลและพาทีมขึ้นไปข้างหน้าเป็นสิ่งสำคัญตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ บราซิล สู้อย่างบ้าคลั่งและนักเตะเริ่มอ่อนล้าจากการที่ "แซมบ้า" โหมบุกอย่างหนัก
"อาซาร์ เป็นนักฟุตบอลที่มีทักษะและประสิทธิภาพยอดเยี่ยม" เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังของ อังกฤษ ยกย่องผลงานของเขา ขณะที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นักเตะอีกคนของ เชลซี ได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแม็ตช์จากการการผลงานการเซฟ
รอบรองชนะเลิศเป็นการพบกันระหว่าง เบลเยี่ยม กับ ฝรั่งเศส เพื่อนบ้าน อาซาร์ พยายามทุกวิถีทางเพื่อเจาะแนวรับของ "ตราไก่" แต่ทำไม่สำเร็จจบด้วยความพ่ายแพ้ไป 0-1
"ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นไม่ได้น่าอับอายอะไรเลย" อาซาร์ กล่าวหลังประกาศแขวนสตั๊ดโดยลงเล่นทีมชาติไป 126 เกม
" 2-3 วันหลังจบเกม คุณจะคิดถึงแต่เรื่องที่พลาดโอกาสเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่หลังจากนั้นคุณจะเตือนตัวเองว่าคุณทำได้ดีที่สุดแล้ว มันยังรู้สึกเหมือนว่าเราทุ่มเททุกอย่างแล้ว และเมื่อคุณแพ้แบบนั้นคุณก็ไม่ควรโทษตัวเองมากเกินไป"
อาซาร์ และเพื่อนร่วมทีมยังมีโอกาสในการคว้าเหรียญในการชิงอันดับ 3 โดยพวกเขาพบกับ อังกฤษ ที่แพ้ให้กับ โครเอเชีย ในรอบตัดเชือก
ผลการแข่งขันที่ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นฝั่ง เบลเยี่ยม ที่ชนะไปได้ 2-0 โดยได้ประตูจาก โธมัส เมอนิเยร์ และ อาซาร์ คว้าอันดับ 3 ไปครองได้สำเร็จ พอจะชดเชยความผิดหวังได้บ้าง โดยที่ อาซาร์ ได้ แมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นหนที่ 3 ของเขาในทัวร์นาเม้นต์
สรุปผลงาน อาซาร์ ชนะการดวลตัวต่อตัวมากที่สุด (77 ครั้ง), สัมผัสบอลในเขตโทษของฝ่ายตรงข้ามมากที่สุด (46 ครั้ง), เรียกฟาวล์ได้มากที่สุด (27 ครั้ง), หาโอกาสยิงประตูมากที่สุด (17 ครั้ง) และทำแอสซิสต์มากที่สุด (3 ครั้ง), การเลี้ยงบอลสำเร็จ 40 ครั้ง ซึ่งมากกว่านักเตะคนอื่นถึง 12 ครั้ง
อาซาร์ ได้รับรางวัลลูกบอลเงินอย่างสมเกียรติ โดยลูกบอลทองคำตกเป็นของ ลูก้า โมดริช และเดินทางกลับบ้านที่ บรัสเซลส์ พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมในฐานะวีรบุรุษของชาติ
"เราทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก ทีมและประเทศชาติภาคภูมิใจอย่างยิ่งในสิ่งที่เราทำ" อาซาร์ กล่าว "ผมจะไม่บอกว่าผมเหนือกว่าทุกคนในฟุตบอลโลกปี 2018 เพราะมีนักเตะที่เก่งกว่าผมเสมอ แต่ผมรู้สึกแข็งแกร่งมากในทัวร์นาเมนต์นั้น"
"ผมอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ในแง่ของฟุตบอลแต่รวมถึงร่างกายและจิตใจด้วย"

