การเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ชาบี อลอนโซ่ ได้เจอกับนักเตะในทีมครั้งแรก แม้จะยังไม่ครบทีมแต่ก็มีสตาร์คนสำคัญอย่าง โคล พาลเมอร์, ชูเอา เปโดร และ เอสเตเวา วิลเลี่ยน ที่ไม่ติดทีมชาติอยู่ในทีม
ในห้องรับรองของผู้บริหารที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มีเพียง ชาบี อลอนโซ่ และผู้สื่อข่าวที่ติดตาม เชลซี ไม่กี่คน และการสนทนาได้วกมาถึงการกำหนดมาตรฐานหลังจากฤดูกาลที่ย่ำแย่
"ผมไม่สามารถประเมินสิ่งต่างๆ ในอดีตได้ เพราะผมไม่ได้อยู่ที่นี่ ดังนั้นมันจึงไม่ยุติธรรม แต่สิ่งที่เราต้องการคือทีมที่มีทัศนคติที่ถูกต้อง ความกระหายที่ถูกต้อง มาตรฐานที่ถูกต้อง และพัฒนาสิ่งเหล่านั้นในทุกๆ วัน นั่นเป็นสิ่งสำคัญ" อลอนโซ่ เอ่ยปาก
"ผมไม่ใช่แม่ทัพ แต่ผมเป็นมืออาชีพที่ดี และผมรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเป็นมืออาชีพที่ดี นั่นคือมาตรฐานที่เราต้องการสำหรับทั้งสโมสรแห่งนี้"
ในฐานะที่เข้ามารับตำแหน่งนายใหญ่ของ "สิงห์บลูส์" แน่นอนว่า ชาบี อลอนโซ่ ย่อมต้องย้อนกลับไปดูผลงานของทีมในซีซั่นที่ผ่านมาที่จบลงด้วยความล้มเหลว นอกจากมือเปล่าแล้วยังอดไปเล่นฟุตบอลยุโรป หลังหลุดไปไกลถึงอันดับที่ 10 ในตาราง พรีเมียร์ลีก
ข้อกล่าวหาเรื่องอำนาจของนักเตะที่นำไปสู่การปลด เลียม โรซีเนียร์ - คำวิจารณ์เรื่องสถิติวินัยที่ย่ำแย่ของทีมที่มีใบแดงมากพอที่จะจัดทีม 11 คนได้ ผลกระทบจากการที่นักเตะออกมาพูดต่อสาธารณะ โดยเฉพาะในรายของ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ที่เป็นถึงรองกัปตัน นำมาซึ่งการแบน 2 นัดจากสโมสร
นั่นอาจเป็นเหตุผลกับข่าวที่ออกมาว่า ชาบี อลอนโซ่ อยากดึง กรานิต ชาคา ที่ประสบความสำเร็จร่วมกันที่ เลเวอร์คูเซ่น กับการคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน โดยไม่แพ้ใครตลอดทั้งฤดูกาล 2023/24 แต่เขาพูดถึงเรื่องนี้พร้อมรอยยิ้มว่า "เกี่ยวกับผู้เล่นที่ยังไม่ได้มาร่วมทีมและข่าวลือ ผมรู้ว่าคุณชอบฟัง แต่ผมไม่ควรแสดงความคิดเห็น"
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ถูกปัดตกไปแล้วหลังจากที่ ซันเดอร์แลนด์ ยืนยันว่าไม่ขายกัปตันทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์
แต่การเข้ารับตำแหน่งเขาต้องมีการพูดคุยกับผู้บอร์ดทั้งเรื่องบริหารจัดการทีม เป้าหมาย การทำหน้าที่ และที่สำคัญ "การเสริมทัพ"
"แน่นอน เราจำเป็นต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องวิเคราะห์อย่างถูกต้องและเริ่มวางแผนว่าต้องตัดสินใจอะไรบ้าง เรามีความเห็นตรงกันในเรื่องเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านฟุตบอล ในด้านทีม และในด้านที่เราต้องการสร้างทีมที่สามารถแข่งขันได้ และมีความรู้สึกว่าทีมนี้สามารถเล่นได้อย่างสม่ำเสมอเพื่อแข่งขันได้ทุกสุดสัปดาห์"
เชลซี ไม่ได้ให้การต้อนรับแบบห้อง "เดรค สูท" แก่ผู้จัดการทีมคนใหม่ทุกคน นี่เป็นห้องที่สงวนไว้สำหรับงานแถลงข่าวพิเศษ และมีเพียงผู้จัดการทีมที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกเท่านั้นที่จะมีรูปแขวนอยู่บนผนัง และแน่นอนว่า โรซีเนียร์ไม่เคยได้รับสิทธิ์นั้น เช่นเดียวกับ เอ็นโซ่ มาเรสก้า
แต่การดึงตัว ชาบี อลอนโซ่ มาร่วมทีมถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ และเขาก็จัดการการเปิดตัวต่อสาธารณะได้อย่างสง่างาม เขาตอบคำถามง่ายๆ เช่น เขาคิดว่าสเปนจะคว้าแชมป์โลกได้หรือไม่ และเขาคิดอย่างไรกับการใช้ชีวิตในลอนดอน
เขาตอบคำถามที่ถกเถียงกันอย่างสั้นๆ อย่างที่ว่าเขาได้พูดคุยกับ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ แล้วหรือยัง และอยากให้เขาอยู่ต่อในฤดูร้อนนี้ ทั้งหมดนี้ในขณะที่เขาเน้นย้ำว่าเขาและผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ เชลซี มีความเห็นตรงกันในสิ่งที่สโมสรต้องทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จ
และหลังจากเปิดตัวเสร็จเรียบร้อย ชาบี อลอนโซ่ ก็เข้าไปพักผ่อนในห้องรับรองของผู้บริหารที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อให้สัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว ซึ่งเริ่มต้นด้วยการที่เขาพูดถึงภาพของ โชเซ่ มูรินโญ่ และทีมงาน
"แน่นอนว่าเราต้องการแบบนั้นในอนาคต เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราสมควรได้รับมันหรือไม่ แต่นี่คือเป้าหมายของสโมสร นี่ต้องเป็นความทะเยอทะยานของทุกคน เราต้องก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราต้องสร้างทีมที่เหมาะสม มีทัศนคติที่ถูกต้อง"
แล้วมันมีกี่ขั้นตอนกันล่ะ? "ไม่กี่ขั้นตอน" อลอนโซ่ เสริม "เราต้องจัดลำดับความสำคัญว่าเราต้องการทำอะไร ผมต้องทำความรู้จักกับผู้เล่น ผมรู้จักพวกเขาอยู่แล้ว แต่ผมต้องรู้จักพวกเขาให้มากขึ้น เพื่อให้มีข้อมูลเชิงลึก ความคิดเห็น และแนวคิดเกี่ยวกับพวกเขามากขึ้นว่าเราจะได้อะไรจากพวกเขา"
"จากนั้นเราจะเริ่มลุยกัน - นานแค่ไหน? ผมบอกไม่ได้ ผมไม่คิดว่าเราอยู่ห่างไกลจากการสร้างทีมที่ดี การแข่งขันในทุกเกม และการคว้าชัยชนะมากมาย พูดตามตรง ผมคิดแบบนั้น"
"ปีที่แล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น ผมมองในแง่ดีว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านั้นมาก เปลี่ยนแปลงบางสิ่ง ปรับปรุงและเสริมความแข็งแกร่งในบางตำแหน่ง ถ้าเราได้ความสมดุลและการตัดสินใจที่ถูกต้อง เราจะมีฤดูกาลที่ดีได้ ผมมองโลกในแง่ดีและเชื่อมั่นในเรื่องนี้จริงๆ ผมไม่คิดว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง"
ชาบี อลอนโซ่ เริ่มการซ้อมกับอย่าง โคล พาล์มเมอร์ และ เอสเตวาโอ วิลเลียน ตั้งแต่พวกเขากลับมาฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา โดยเขาพูดถึง พาลเมอร์ ว่า "เขาอยากฟิตพร้อม เขาอยากลืมอาการบาดเจ็บที่ต้องเผชิญเมื่อปีที่แล้ว เขาเป็นนักเตะพิเศษ และถ้าเขาสนุกกับการฝึกซ้อม มีอารมณ์ดี มีกำลังใจที่ดี เขาจะเป็นผู้เล่นสำคัญสำหรับเราได้ ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี"
ส่วนในรายของ เอสเตเวา ทาง อลอนโซ่ กล่าวว่า "เรากำลังวางแผนสำหรับเขา เราต้องการระมัดระวัง แต่ก็ไม่มากเกินไป เพื่อดูว่าเขาจะพัฒนาไปอย่างไร ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้น และเขาเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์มาก"
เขายนังต้องรอเจอกับ รีซ เจมส์ กัปตันทีม รวมถึง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ รองกัปตัน เพื่อดูว่าทั้งคู่จะเป็นยังไงโดยบอกว่า "นักเตะที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ (ฟุตบอลโลก) จะมา และเราจะฝึกซ้อมกันตามปกติ"
ช่วงที่ผ่านมา เชลซี มีชื่อเสีย (ง) ในเรื่องการจับนักเตะที่อนาคตไม่แน่นอนแยกจากทีมชุดใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่า "ทีมบอมบ" ตามรายงานของ เดลี เมล ระบุว่า อเลฮานโดร การ์นาโช่ ไม่ได้มารายงานตัวที่ ค็อบแฮม เพื่อเตรียมตัวก่อนเปิดฤดูกาล เนื่องจากทั้งตัวนักเตะและสโมสรเห็นพ้องกันว่าจะเป็นการดีที่สุดหากเขาย้ายทีมหลังจากเล่นเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น
เชลซี ประเมินมูลค่าของ การ์นาโช่ ไว้ที่ 42.6 ล้านปอนด์ และมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงสำหรับปีกรายนี้ได้ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า
เมื่อถูกถามว่านักเตะทุกคนที่มารายงานตัวที่ ค็อบแฮม ฝึกซ้อมด้วยกันหรือไม่ หรือบางคนฝึกซ้อมแยกกัน อลอนโซ่ กล่าวว่า "พวกเขาทุกคนฝึกซ้อมด้วยกัน เราต้องการประเมินทีมทั้งหมด ยังมีสิ่งที่ต้องตัดสินใจและสถานการณ์ที่หวังว่าจะแก้ไขได้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา"
แต่ถึงกระนั้น ชาบี อลอนโซ่ ไม่ได้ยืนยันเรื่องของระบบการเล่นว่าจะใช้กองหลังสามคนหรือสี่คน ซึ่งความสำเร็จสมัยคุม เลเวอร์คูเซ่น เขาเล่นในระบบ 3-4-2-1
"คุณต้องการผู้เล่นที่หลากหลาย ความสามารถที่คุ้นเคยกับการทำสิ่งต่างๆ และหลังจากนั้นคุณก็ต้องการผู้เชี่ยวชาญด้วย ดังนั้นหากเรามีสมดุลที่ดีในทีม เราจะสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น นั่นคือมุมมองของผม ไม่ใช่ว่าเราจะเล่น 4-4-2 เสมอไป นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคิด"
จากความประทับใจแรกเห็น เห็นได้ชัดว่าทำไม ชาบี อลอนโซ่ ถึงได้รับความเคารพจากนักเตะ เชลซี ในทันที เขาเคยผ่านประสบการณ์เหล่านั้นมาแล้ว และคว้าแชมป์มากกว่าที่พวกเขาเคยทำได้ สโมสรหวังว่าเขาจะใช้บารมีนั้นเพื่อยกระดับมาตรฐานที่ตกต่ำจากฤดูกาลที่ผ่านมา
เนื่องจากไม่มีการแข่งขันฟุตบอลยุโรปในช่วงกลางสัปดาห์ ชาบี อลอนโซ่ จะมีเวลาทำงานที่ ค็อบแฮม มากขึ้นและที่นั่นเองที่เขาจะพยายามปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องให้กับนักเตะในทีม
"เมื่อเราเริ่มซ้อมกัน เราจะทำอย่างเต็มที่ เพราะนั่นจะยกระดับมาตรฐานของเราในแต่ละวัน ผมเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่ายิ่งเราเตรียมตัวดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งทำผลงานได้ดีขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์"

