แคร์โรลล์ - รูนี่ย์ - อังกฤษ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 คอลัมน์ สิงห์สนามจริง โดย ยักษ์เดนส์
119
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เวย์น รูนี่ย์ เคยสูบบุหรี่และดื่มเบียร์กับเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษ จากการเปิดเผยในหนังสือเล่มใหม่ที่กำลังเป็นกระแสของ แอนดี้ แคร์โรลล์

    อดีตกองหน้า นิวคาสเซิ่ล และ ลิเวอร์พูล ได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังในแคมป์ "สิงโตคำราม" รวมถึงเหตุการณ์ที่ รูนี่ย์ ชวนเพื่อนร่วมทีมมาดื่มสังสรรค์ด้วยกันระหว่างช่วงเก็บตัวฝึกซ้อม ผ่านทางหนังสือ "Owning It"

    เนื้อหาบางส่วนพูดถึง รูนี่ย์ ที่ระบุว่า "นิสัยดี - เป็นคนง่ายๆ - ตลกมากๆ" ในช่วงที่ติดทีมชาติอังกฤษ ร่วมกันในปี 2010 ภายใต้การคุมทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล่

    แม้ว่ากุนซือชาวอิตาเลียน จะขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและวินัยที่เคร่งครัด แต่หนังสือของ แคร์โรลล์ ได้บรรยายให้เห็นว่าเหล่าขุนพลทีมชาติหาทางผ่อนคลายกันอย่างไรเมื่ออยู่กันเป็นการส่วนตัว

    "เขามักจะเต็มไปด้วยบุหรี่หลายคอตตอน เบียร์หลายลัง และไวน์อีกหลายขวด (ซึ่งเขาให้ผู้จัดการโรงแรมมาส่งที่ห้อง) และไม่นานห้องของเขาก็จะเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมทีม ไม่มีใครเมาหัวราน้ำหรอก มันเป็นแค่วิธีของ 'วาซซ่า' ในการแก้เบื่อด้วยการดื่มสักแก้วสองแก้ว ซึ่งดีกว่าการนอนอยู่บนเตียงแล้วจ้องมองผนังห้องเฉยๆ" แคร์โรลล์ ระบุ

    นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งของหนังสือ เขายังเปิดเผยเรื่องราวที่ รูนี่ย์ แกล้ง ร็อด ธอร์นลี่ย์ นักกายภาพบำบัดของทีมชาติอังกฤษ ต่อหน้าเขาและ สตีเวน เจอร์ราร์ด 


    "ตอนที่ผมเล่าเรื่องมุกแกล้งแบบ 'ยกตัวสามคน' ให้วาซซ่าฟัง (เป็นท่าที่ผู้เล่นสองคนช่วยกันกดตัวอีกคนไว้ แล้วให้อีกคนขึ้นไปนั่งทับ) เขาตื่นเต้นมากและร้องออกมาว่า 'เราต้องแกล้ง ร็อด ธอร์นลี่ย์ กันแล้วล่ะ"

    "ร็อด ร้องลั่นเลย ส่วนผมกับ เจอร์ราร์ด ก็หัวเราะจนน้ำตาเล็ดส่วน วาซซ่า ก็ดูภูมิใจในตัวเองมากๆ"

    เรื่องนี้ รูนี่ย์ ออกมาแก้ต่างให้ตัวเองว่า "ปกติแล้วผมจะไม่สนใจข่าวเท็จที่เขียนถึงตัวผม แต่เรื่องนี้ผมต้องขอชี้แจงสักหน่อย - แอนดี้ รู้ดีว่าเราสองคนไม่เคยสุงสิงหรือไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นการส่วนตัวเลย ผมเคยบังเอิญเจอเขาครั้งหนึ่งตอนไปพักผ่อน แต่นั่นก็เป็นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น"

    "ส่วนเรื่องที่กุข่าวว่าผมดื่มเหล้าตอนมาเข้าแคมป์ทีมชาติอังกฤษนั้น มันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นทั้งเพ ผมไม่รู้เลยว่าข่าวนี้มาจากไหน มันน่าผิดหวังจริงๆ"


    นอกจากนี้ แคร์โรลล์ ยังพูดถึงยุคทองของทีมชาติอังกฤษ ว่าประสบปัญหาความแตกแยกภายในทีมอันเนื่องมาจากความแตกต่างระหว่างนักเตะจากภาคเหนือและภาคใต้

    ในเวลานั้น "สิงโตคำราม" เต็มไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์มากมายอย่าง รูนี่ย์, เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โจ โคล, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ แต่พวกเขากลับไม่สามารถคว้าถ้วยรางวัลรายการใหญ่ใดๆ มาครองได้เลย

    แคร์โรลล์ ที่เป็นชาวจอร์ดี้ เผยว่า "ตอนที่ผมเดินทางไปรายงานตัวเข้าแคมป์ทีมชาติอังกฤษ ครั้งแรก ผมรู้สึกประหม่าและกังวลใจอย่างมาก นักเตะเหล่านี้เป็นที่รู้จักของแฟนบอลทุกคน และผมก็ยกย่องพวกเขาเป็นไอดอลด้วย"

    "บรรยากาศมันคล้ายกับสัปดาห์แรกของการเข้าเรียนมัธยมเลย มีการแบ่งก๊วนแบ่งกลุ่มที่เป็นคู่ปรับกันด้วย"

    "พวกนักเตะจากสโมสรทางเหนือจะนั่งฝั่งหนึ่งของห้อง ส่วนนักเตะจากสโมสรทางใต้ก็นั่งอีกฝั่งหนึ่ง ยกเว้นนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนหนึ่งที่แยกตัวไปนั่งกับกลุ่มนักเตะทางใต้ เพราะเขาไม่อยากนั่งรวมกับนักเตะ ลิเวอร์พูล"


    "มีนักเตะบางคนที่ไม่คุยกันเลย และไม่อยากจะส่งบอลให้กันระหว่างการฝึกซ้อมด้วยซ้ำ น่าาเศร้าที่ต้องมาคิดว่าทีมชาติอังกฤษ ไม่ได้มีโอกาสลุ้นแชมป์อย่างเต็มที่ในช่วงเวลานั้น เพียงเพราะความบาดหมางเล็กๆ น้อยๆ ภายในทีม ผมรู้สึกได้เลยว่านักเตะจากทางใต้ดูถูกนักเตะจากทางเหนือ"

    "สุดท้ายแล้ว ผมก็เลือกที่จะไปอยู่กับกลุ่มนักเตะทางเหนือ"

    เมื่อพูดถึงชีวิตภายใต้การคุมทีมของ คาเปลโล่ ทาง แคร์โรลล์ เล่าว่า "ฟาบิโอ เจ้านายของเราออกจะเพี้ยนๆ หน่อย วันหนึ่งผมกับ แอชลี่ย์ ยัง ตัดสินใจลงไปที่ห้องประชุมก่อนเวลา 15 นาที"

    "ผมนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่พื้นตอนที่ คาเปลโล่ เดินเข้ามา เขาตรงดิ่งเข้ามาแล้วกระชากโทรศัพท์ไปจากมือผม เขาตะคอกว่า 'นี่เรากำลังทำงานกันอยู่นะ แกนี่มันไม่ให้เกียรติกันเลยที่มานั่งเล่นโทรศัพท์' พูดจบเขาก็ขว้างโทรศัพท์ใส่หน้าอกผม"

    "ผมคิดในใจว่า 'นี่ผมมาถึงก่อนเวลาประชุมตั้ง 15 นาทีนะ คุณมีปัญหาอะไร?' ส่วน แอชลี่ย์ ที่แอบซ่อนโทรศัพท์ไว้ในเสื้อก็ดูหวาดกลัวมาก"

    "คาเปลโล่ ยอมให้เราดื่มไวน์และกินของหวานได้ในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ไม่ว่าจะเป็นเค้กช็อกโกแลต ไอศกรีม หรืออะไรก็ตาม แต่กลับไม่อนุญาตให้กินซอสมะเขือเทศ มันไม่สมเหตุสมผลเลย ทำไมถึงให้ดื่มไวน์และกินของหวานได้ แต่ห้ามกินซอสมะเขือเทศล่ะ?"


    แคร์โรลล์ ซึ่งมีเส้นทางอาชีพที่ต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บมาโดยตลอด ได้ติดทีมชาติอังกฤษลุยศึกยูโร 2012 หลังจากพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลโลกสองปีก่อนหน้านั้น เขาทำประตูได้ในเกมรอบแบ่งกลุ่มที่อังกฤษ เฉือนชนะ สวีเดน สุดมัน 3-2 แต่ทัพ "สิงโตคำราม" ซึ่งในขณะนั้นคุมทีมโดย รอย ฮ็อดจ์สัน ต้องตกรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยการพ่ายจุดโทษให้กับ อิตาลี

    "ผมโดนวิจารณ์หนักหลังจบเกมที่ไม่ได้รับหน้าที่ยิงจุดโทษ แต่ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องนี้เลย ผมจำไม่ได้ว่ามีการประกาศรายชื่อผู้ที่จะรับหน้าที่ยิง 5 คนแรกอย่างเป็นทางการตอนจะดวลจุดโทษจริงๆ หรือเปล่า"

    "ในเกมเจอกับ อิตาลี, (โค้ช) แกรี่ เนวิลล์ แค่ชี้ไปที่นักเตะแล้วพูดว่า 'หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า... พวกนายคือคนที่จะยิงจุดโทษ' รายชื่อที่เขาเลือกมีทั้ง แอชลี่ย์ ยัง และ แอชลี่ย์ โคล ซึ่งไม่ใช่กองหน้าทั้งคู่ ทั้งที่ผมกับ ธีโอ วัลค็อตต์ ก็อยู่ในสนามด้วย"

    "สุดท้ายแล้วทั้งสอง แอชลี่ย์ ก็ยิงพลาด ส่วน ปีร์โล่ ก็ยิงจุดโทษแบบกวนประสาทที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา คือการชิพบอลเบาๆ เข้าตรงกลางประตู แล้วเราก็ต้องตกรอบไป"

    "ความรู้สึกตอนตกรอบมันแย่มาก ลองนึกภาพว่าคุณกำลังสนุกสุดเหวี่ยงกับวันหยุดพักผ่อนที่วางแผนไว้สองสัปดาห์ แต่ผ่านไปได้แค่เก้าวัน ก็มีคนพังประตูเข้ามา ไล่คุณออกจากโรงแรม ลากขึ้นรถบัส แล้วพาไปส่งที่สนามบินทันที... ความรู้สึกมันก็ประมาณนั้นแหละ"


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด