อันเดร ชาร์ดีน เทรนเนอร์ บราซิล จบรอบแรกในฐานะอันดับหนึ่งกลุ่มดี ผ่านรอบน็อกเอาท์ชนะ อียิปต์ 1-0 และดวลจุดโทษชนะ เม็กซิโก 4-1 หลังจากเล่น 120 นาทีเสมอ 0-0
เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์สมัยเดียว ซึ่งเกิดขึ้นครั้งที่แล้วที่ ริโอ เด จาเนโร 2016 ต้องรอทดสอบความฟิต มาเตอุส คุนญ่า กองหน้าที่บาดเจ็บพลาดเกมที่แล้ว หากไม่พร้อม เปาลินโญ่ จะลงเล่นแทนต่อ
ตัวหลักคนอื่นๆ ไม่มีปัญหา นำโดย ดานี่ อัลเวส แบ็กขวากัปตันทีม, ริชาร์ลีซอน กองหน้าผู้นำดาวซัลโว 5 ประตู, บรูโน่ กีมาไรส์ และ ดั๊กลาส ลุยซ์ คู่กองกลาง
สเปน
หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เทรนเนอร์ สเปน พาทีมผ่านเข้ารอบรองมาแบบกระท่อนกระแท่น จบรอบแรกอันดับหนึ่งกลุ่มซี และต้องเล่นต่อเวลาถึงสองรอบ ชนะ ไอวอรี่โคสต์ 5-2 และ ญี่ปุ่น 1-0
สภาพทีมไม่มี ออสการ์ มินเกซ่า กับ ดานี่ เซบายอส ที่มีปัญหาบาดเจ็บ คาดว่า เด ลา ฟวนเต้ จะยึดตัวหลักจากเกมรอบที่แล้ว แต่ก็มี มาร์โก อาเซนซีโอ ที่น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง หลังจากลงมาส่องประตูชัยในช่วงต่อเวลา
จึงมีความเป็นไปได้ที่ ดานี่ โอลโม่ จะหลุดไปนั่งสำรอง ขณะที่อีกสองตัวรุก มิเกล โอยาร์ซาบาล ยึดตัวจริงต่อ และ ราฟา มีร์ ตัวสำรองที่ลงมายิงแฮตทริกใส่ ไอวอรี่โคสต์ น่าจะลงตัวจริงต่อเหมือนรอบที่แล้ว
11 ผู้เล่นตามคาด
บราซิล (4-2-3-1) : อาแดร์บาร์ ซานโต๊ส - ดานี่ อัลเวส, นีโน่, ดีเอโก้ การ์ลอส, กิลเญร์โม่ อาราน่า - ดั๊กลาส ลุยซ์, บรูโน่ กีมาไรส์ - เปาลินโญ่, เรเนียร์, อันโตนี่ - ริชาร์ลีซอน
สเปน (4-3-3) : อูไน ซิโมน - ออสการ์ คิล, เอริก การ์เซีย, เปา ตอร์เรส, ฆวน มิรานดา - มิเกล เมรีโน่, มาร์ติน ซูบีเมนดี้, เปดรี้ - มาร์โก อาเซนซีโอ, ราฟา มีร์, มิเกล โอยาร์ซาบาล
ผู้ตัดสิน : อินเตอร์เนชันแนล สเตเดี้ยม โยโกฮามา
สนาม : คริส บีธ (ออสเตรเลีย)