วัลเวร์เด้ยอมรับเสียงวิจารณ์กระตุ้นมาดริดดีขึ้น
เรอัล มาดริด ตอบสนองต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จนพัฒนาผลงานดีขึ้นบนเวทีลีกาที่คว้าชัยชนะ 8 เกมติดต่อกัน
เฟเดรีโก้ วัลเวร์เด้ มิดฟิลด์ชาวอุรุกวัยของ เรอัล มาดริด กล่าวหลังเกมยิงสลุต เรอัล โซเซียดาด 4-1 เมื่อวันเสาร์ว่าเขาพึงพอใจกับช่วงเวลาที่ดีบนเวทีลีกาของทีมชุดขาว หลังการทำผลงานย่ำแย่ในแชมเปี้ยนส์ลีก และ โกปา เดล เรย์ ก่อนหน้านี้ ตามรายงานจากมาร์ก้า
เรอัล มาดริด คว้าชัยชนะบนเวทีลีกา 8 เกมติดต่อกันหลังเกมขย่มทีมเยือนจากแคว้นบาสก์ 4-1 นับตั้งแต่การปราชัยคารังต่อ เซลต้า บีโก้ 0-2 ในช่วงต้นเดือนธันวาคม พร้อมแซงหน้า บาร์เซโลน่า ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง
'พลังงาน, ผลลัพธ์ที่ดีเข้ามา และความรู้สึกที่ดีของทีม เราผ่านช่วงเวลาหลายสัปดาห์ที่ต้องอดทนกับเสียงวิจารณ์มากมาย และผมคิดว่านั่นช่วยให้เราเติบโตในฐานะนักเตะและในฐานะบุคคล เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และผมคิดว่าเสียงวิจารณ์เหล่านั้นสมควรแล้ว'
'ในท้ายที่สุดมันทำให้เราเปลี่ยนแปลงและเติบโตขึ้นในฐานะนักเตะที่ไม่ได้แชมป์อะไรเลยในปีที่ผ่านมา และในปีนี้ด้วย ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือการตั้งหลัก เติบโตในฐานะบุคคล และเติบโตในฐานะนักเตะในแต่ละวัน รู้ว่าสิ่งต่างๆต้องเปลี่ยนแปลง เพราะสิ่งที่ไม่ถูกต้องนั้นไม่ถูกต้อง และผมคิดว่าตอนนี้เป็นเสลาที่เหมาะสมแล้ว' วัลเวร์เด้ กล่าว
แข้งชาวอุรุกวัยยังเน้นย้ำว่าไม่มีปัญหาภายในห้องแต่งตัวของ เรอัล มาดริด พร้อมยืนยันว่าทีมชุดขาวกำลังก้าวไปข้างหน้าภายใต้การนำของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว
'ห้องแต่งตัวของเรามีความสามัคคีกันเสมอ ผมคิดว่าอย่างน้อยในความคิดของผมก็คือเมื่อผลการแข่งขันออกมาเป็นฝ่ายชนะ มันจะช่วยให้เกิดความลื่นไหลในการฝึกซ้อมมากขึ้น ลดความโกรธเคืองลง เพราะสุดท้ายแล้วเราคือนักเตะ 25 คน ราทุกคนต่างแย่งกันลงสนาม มีการเปลี่ยนตัว 5 คน'
'แน่นอนว่าจะมีนักเตะบางคนไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเขาต้องการลงเล่นมากกว่านั้น แต่ผมคิดว่าเมื่อทุกอย่างเป็นไปแบบนี้ เมื่อเราชนะ นักเตะที่เปลี่ยนตัวลงมา พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเอง และทำได้ดี มันจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น'
วัลเวร์เด้ ยังพูดถึงแรงกดดันเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นรองกัปตันทีม เรอัล มาดริด หลังการจากไปของ ลูก้า โมดริช ที่ย้ายไปค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว
'นี่เป็นปีแรกของผมในฐานะกัปตันทีมที่มีความรับผิดชอบสูงสุด และแน่นอนว่ามันยากลำบากมาก ถ้าผมบอกว่ามันวิเศษ ผมคงโกหกคุณในที่สุด ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่หวัง นั่นคือธรรมชาติของผม ไม่ใช่เพราะผมเป็นกัปตันทีม แต่ทุกครั้งที่ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่หวัง หรือเราไม่ชนะ ผมก็มักจะเป็นคนแรกที่ถูกตำหนิเสมอ'
'อย่างน้อยผมก็ได้กลับบ้านและพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ดูฟุตบอล, ดูเกมที่เราเล่น เพื่อจะเปลี่ยนทัศนคติระหว่างเพื่อนร่วมทีม และเพื่อจะทำสิ่งเล็กน้อยที่สุดในการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างนี้'
'แน่นอน ผมเป็นคนแรกที่รู้สึกถึงความรับผิดชอบต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวัง มันไม่เป็นไรที่พวกเขาจะโห่ใส่คนอื่น เราในฐานะเพื่อนร่วมทีมต้องเข้มแข็ง เรารู้ว่าเราผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายมามากแล้ว อย่างที่ผมพูดไปหลายครั้ง มันสมควรแล้วสำหรับช่วงเวลาที่เราทำได้ในฤดูกาลนี้'
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา
