โกนาเต้รับโชต้า-พ่อเสียทำเผชิญซึมเศร้า

วันพฤหัสบดีที่ 04 มิถุนายน 2569
25
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share

อิบราฮิมา โกนาเต้ กองหลังที่กำลังจะออกจาก ลิเวอร์พูล ได้ออกมาพูดอย่างตรงไปตรมาถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ในการจากไปของ ดีโอโก้ โชต้า ตามมาด้วยการเสียชีวิตของพ่อ ซึ่งทำให้เขาต้องต่อสู้กับภาวะโรคซึมเศร้า

กองหลังชาวฝรั่งเศสวัย 27 ปี เผชิญกับฤดูกาลที่ยากลำบากนอกสนาม และบางครั้งก็ส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของเขาในสนาม เขาเพิ่งยืนยันว่าจะออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ในซัมเมอร์นี้ เนื่องจากสัญญาของเขากำลังจะหมดลงหลังจากที่การเจรจาต่อสัญญาใหม่ไม่สำเร็จ

เรอัล มาดริด คือจุดหมายปลายทางต่อไปที่น่าจะเป็นไปได้ของเขา โดยมีรายงานว่าเขาใกล้ที่จะเข้าร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากอยู่กับ ลิเวอร์พูล มา 5 ปี

ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในเมืองหลวงของสเปน โกนาเต้ เตรียมที่จะช่วยฝรั่งเศสในการทวงคืนตำแหน่งแชมป์โลกที่พวกเขาเสียให้กับ อาร์เจนตินา ในปี 2022 และเขาได้พูดอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความท้าทายของฤดูกาลที่หนักหน่วงทางอารมณ์

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ ฟร้องซ์ อินเตอร์ โกนาเต้ เริ่มต้นด้วยการพูดถึงความยากลำบากในการทำใจกับการเสียชีวิตของเพื่อนร่วมทีมอย่าง โชต้า หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ของกองหน้าชาวโปรตุเกสเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดย อังเดร ซิลวา น้องชายของ โชต้า ก็เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนั้นด้วย ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดซาโมร่า ของสเปน

โกนาเต้ กล่าวว่า "แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังยากที่จะเชื่อ ล็อกเกอร์ของเขายังคงอยู่ที่นั่นในห้องแต่งตัว และทุกวันเมื่อผมไปซ้อม เขาก็ไปด้วย"

"ผมจำได้ว่าตอนที่ผมรู้ข่าว ผมอยู่ที่ลอสแอนเจลิส และผมไม่อยากจะเชื่อเลย มันทำให้ผมเสียใจมาก ผมไม่มีความสนใจในสิ่งอื่นใดเลยในตอนนั้น เขาเป็นคนสุดท้ายที่ใครๆ ก็อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา"

"เขาไม่สนใจอะไรเลย เขาแค่อยากมีความสุขและสนุกสนานกับเพื่อนร่วมทีมและครอบครัว เขาไม่สนใจชื่อเสียง เขาเป็นเพื่อนบ้านของผมด้วย ดังนั้นผมจึงได้ใช้เวลาอยู่กับเขามากขึ้น"

"มันเป็นเหตุการณ์ที่ทรงพลังที่เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคน"

"คุณต้องกลับไปเล่นฟุตบอลเพราะคุณไม่มีทางเลือก"

"เราเป็นพนักงานของสโมสรที่จ่ายเงินให้เราทุกเดือน ดังนั้นเราจึงมีหน้าที่ ผมคิดว่าแฟนบอลทุกคนก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้เช่นกัน และผมคิดว่าสิ่งที่เราทำได้เพื่อช่วยเหลือพวกเขาคือการชนะเกม เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลับไปลงสนามและเล่นเพื่อเขาและครอบครัวของเขา รวมถึงเพื่อตัวเราเองด้วย ไม่มีทางที่จะลืมเรื่องนี้ได้ แต่คุณต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน"

นอกจากโศกนาฏกรรมนี้แล้ว โกนาเต้ ยังต้องรับมือกับอาการป่วยของพ่อ ซึ่งเขาเพิ่งรู้เมื่อต้นฤดูกาล จากนั้นในเดือนมกราคม อามาดี โกนาเต้ ก็เสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า

"ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อน แต่เป็นความจริงที่ว่าในช่วงต้นฤดูกาล พ่อของผมต้องเข้าโรงพยาบาลหลายสัปดาห์" โกนาเต้ กล่าว

"และจริงๆ แล้ว ในสถานการณ์ของผม ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ผมไม่รู้ว่าควรกลับบ้านและหยุดเล่นหรือไม่ เพราะทีมก็ต้องการผมเช่นกัน"

"ผมไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับใครเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นผมจึงเก็บมันไว้กับตัวเอง และนี่คือคำแนะนำที่ผมอยากจะให้ทุกคนที่กำลังฟังอยู่ เมื่อคุณรู้สึกแย่หรือมีอะไรเกิดขึ้น คุณจำเป็นต้องพูดคุยกับคนรอบข้าง มันจะช่วยคุณได้และเป็นผลดีต่อคุณ ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้และเก็บมันไว้กับตัวเอง"

"จากนั้นแพทย์ก็บอกเราว่าพ่อของผมเหลือเวลาอยู่ไม่นาน แต่เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้"

แม้ว่า โกนาเต้ จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลงเล่นในทุกโอกาส แต่เขาก็เปิดเผยถึงผลกระทบทางอารมณ์ที่เหตุการณ์เหล่านี้มีต่อเขา

"ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังดีขึ้น" เขากล่าว

"เหตุการณ์โศกนาฏกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมาก และทันทีที่ผมรู้สึกว่าผมกำลังจะตั้งตัวได้ ก็มีอะไรเกิดขึ้นอีก แต่ผมก็ได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ ทุกคน ซึ่งเป็นแฟน ลิเวอร์พูล ที่ยอดเยี่ยมมาก"

"เพื่อนร่วมทีมและโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผม แต่ผมก็ต้องเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองเช่นกัน เพราะทีมต้องการผมมากกว่าที่เคย และผมบอกตัวเองว่ามันเกิดขึ้นกับทุกคนทุกวัน และผมรู้ว่าพ่อของผมคงอยากให้ผมกลับมา"

โกนาเต้ ใช้โอกาสนี้เพื่อกระตุ้นให้ผู้เล่นและแฟนๆ เปิดใจต่อกันมากขึ้น

"มีช่วงเวลาที่ตกต่ำ มีภาวะซึมเศร้า" เขากล่าว

"และผมคิดว่าภาวะซึมเศร้าเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งกว่านั้น และเป็นโรคที่ผู้คนต้องเผชิญอยู่ทุกวัน คุณอาจเป็นโรคซึมเศร้าได้ในวงการฟุตบอลเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องอายที่จะพูดออกมา และมันอาจถูกกระตุ้นได้จากทุกสิ่งทุกอย่าง"

"จริงอยู่ที่ผมได้ยินผู้เล่นพูดบ่อยๆ ว่าพวกเขากำลังทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้า และแฟนๆ หรือคนภายนอกไม่เข้าใจเพราะพวกเขามีรายได้สูง แต่ไม่ นั่นเป็นเรื่องไร้สาระ และคุณไม่ควรพูดแบบนั้น"

"ภาวะซึมเศร้าเป็นเรื่องส่วนตัว มันอยู่ลึกๆ ข้างในตัวคุณ เมื่อคุณเป็นโรคซึมเศร้า มันเริ่มต้นจากหัวใจ ขึ้นไปที่สมอง และครอบงำร่างกายของคุณทั้งหมด สำหรับผม นั่นคือสิ่งที่ยาก และเราจำเป็นต้องพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้"


TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด