อดีตปธ.ชี้บทลงโทษเรือแค่ปรับเงินไม่พอ
เดวิด เบิร์นสไตน์ อดีตประธานสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่าบทลงโทษที่จะมีต่อสโมสรหลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกนั้น จะต้องส่งผลกระทบต่อสถานะของทีมในลีกสูงสุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มีรายงานว่า พรีเมียร์ลีกประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ข้อกล่าวหาสำคัญทั้งหมดที่มีต่อ เรือใบสีฟ้า โดยสโมสรถูกตัดสินว่ามีความผิดใน "เกือบทุกข้อหา" จากทั้งหมด 115 กระทงที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการเงิน
เป็นที่คาดการณ์กันว่า ซิตี้ จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน โดย คาลดูน อัล มูบารัค ประธานสโมสรได้ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ทางสโมสรยังคงมั่นใจว่าจะสามารถกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาและ "พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสโมสร" ได้สำเร็จ
เบิร์นสไตน์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานสโมสร แมนฯ ซิตี้ ระหว่างปี 1998 ถึง 2003 และเคยเป็นประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ในช่วงปี 2011-2013 ได้ออกมาเตือนว่าบทลงโทษทางการเงินเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ
ในการให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต เบิร์นสไตน์ เน้นย้ำว่าการปรับเงินนั้นไม่เพียงพอ โดยยกตัวอย่างถึงการทุ่มเงินมหาศาลของสโมสรในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่ผ่านมา
ซิตี้ ใช้เงินไปถึง 440 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ และยังสร้างสถิติเทียบเท่าค่าตัวนักเตะสูงสุดในเกาะอังกฤษด้วยการคว้าตัว เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มาร่วมทีมในราคา 125 ล้านปอนด์
เบิร์นสไตน์ เชื่อว่าในขณะที่ความมั่งคั่งของสโมสรทำให้บทลงโทษปรับเงินนั้นไม่มีผลมากพอ แต่อาจมีความเป็นไปได้ที่ ซิตี้ จะถูกสั่งตกชั้นโดยอัตโนมัติ หรือถูกตัดแต้มในระดับที่ส่งผลให้พวกเขาต้องหลุดจากลีกสูงสุดอย่างแน่นอน
"อย่างแรกเลย ผมขอบอกว่าบทลงโทษทางการเงินนั้นไม่เพียงพอหรอก" เบิร์นสไตน์ กล่าว
"เรากำลังพูดถึงสโมสรที่มีเงินทุนมหาศาลแทบจะไร้ขีดจำกัด ซึ่งเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรสำหรับพวกเขาเลย ดังที่เห็นได้จากตลาดซื้อขายนักเตะรอบที่ผ่านมา ดังนั้นไม่ว่าจะปรับเงิน 100 ล้านหรือ 200 ล้านปอนด์ มันก็คงไม่เพียงพออยู่ดี"
"น่าเสียดายที่ผมต้องพูดเรื่องเหล่านี้ด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งในฐานะแฟนบอลคนหนึ่ง แต่ผมคิดว่ามันจำเป็นต้องมีบทลงโทษที่ส่งผลกระทบต่อสถานะของพวกเขาในลีก"
"และหากเป็นการลงโทษด้วยการตัดแต้ม มันก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จะบังคับใช้ด้วย"
"เพราะถ้าหากเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งเพิ่งผ่านการแข่งขันไปเพียงไม่กี่นัด และต้องการให้การตัดแต้มนั้นส่งผลถึงขั้นทำให้พวกเขาต้องหลุดจากพรีเมียร์ลีก ผมคำนวณดูแล้วว่าอาจต้องตัดแต้มมากถึงราว 80 คะแนน ซึ่งนั่นหมายความว่าสโมสรจะไม่สามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ในฤดูกาลนี้และจะต้องตกชั้นไป"
"แต่หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายฤดูกาล อันเนื่องมาจากกระบวนการอุทธรณ์หรือปัจจัยอื่นๆ สถานการณ์ก็จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในกรณีนั้นอาจนำไปสู่บทลงโทษตกชั้นโดยอัตโนมัติ แต่จะเป็นการตกไปสู่ลีกระดับไหนนั้นผมก็ไม่อาจทราบได้"
"ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วยส่วนหนึ่ง"
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา
