อดีตแข้งไก่ประกาศลงสมัครชิงปธ.ฟีฟ่า
รามอน เวก้า อดีตกองหลัง สเปอร์ส ประกาศเจตจำนงที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งประธานฟีฟ่า ในปีหน้า
อดีตนักเตะวัย 55 ปี เป็นคนแรกที่ยืนยันว่าจะท้าชิงตำแหน่งกับ จานนี่ อินฟานติโน่ ซึ่งปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้ลาออกหลังจากแผนการขายหุ้นในศึกฟุตบอลโลกให้กับนักลงทุนเอกชนประสบความล้มเหลวและก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักในวงการฟุตบอล
เวก้า ซึ่งเคยเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงสโมสร เซลติก และ วัตฟอร์ด ได้ผันตัวไปทำงานด้านการเงินนับตั้งแต่แขวนสตั๊ดในปี 2004
"ผมลงสมัครเพื่อรวมครอบครัวฟุตบอลทั่วโลกให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อนำมาซึ่งการปฏิรูปที่แท้จริงและยั่งยืน ปรับปรุง ฟีฟ่า ให้ทันสมัยสำหรับศตวรรษที่ 21 ฟื้นฟูเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือ รวมถึงสร้างความไว้วางใจกลับคืนมา ซึ่งเป็นสิ่งที่วงการฟุตบอลของเราต้องการอย่างเร่งด่วน" เขากล่าว
เมื่อเดือนที่แล้ว อินฟานติโน่ กล่าวว่าเขายังคง "มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะนำองค์กร ฟีฟ่า ต่อไป" แม้ว่ายูฟ่า, คอนคาเคฟ และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย จะเรียกร้องให้เขาลาออกก็ตาม
เวก้า เคยพิจารณาลงสมัครชิงตำแหน่งสูงสุดของ ฟีฟ่า มาแล้วในปี 2015 หลังจากที่ เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ อดีตประธานถูกสั่งพักงาน
4 ปีต่อมา เขาประกาศว่าจะลงสมัครแข่งกับ อินฟานติโน่ แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้เพียงพอที่จะมีชื่อปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง เนื่องจากกฎระเบียบกำหนดให้ต้องได้รับการรับรองจากสมาคมสมาชิกอย่างน้อย 5 แห่งจากทั้งหมด 211 แห่งของ ฟีฟ่า
"ผมลงสมัครเพราะประสบการณ์ชีวิตได้หล่อหลอมให้ผมพร้อมที่จะรับใช้กีฬานี้" เวก้า กล่าวในแถลงการณ์ประกาศการลงสมัครรับเลือกตั้ง
"ฟุตบอลไม่ได้เป็นของประธาน, สมาพันธ์ หรือผู้บริหาร ฟุตบอลยิ่งใหญ่กว่าตำแหน่งใดๆ บุคคลใดๆ หรือสถาบันใดๆ"
"มันคือกีฬาของประชาชนและเป็นของทุกคน ทั้งนักกีฬา, โค้ช, กรรมการ, แฟนบอล, อาสาสมัคร, สโมสร, ลีก, สมาคม และชุมชนต่างๆ ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับฟุตบอล"
"มันเป็นของเด็กทุกคนที่เพิ่งเริ่มรู้จักกีฬานี้ นักกีฬามืออาชีพทุกคนที่แบกรับความหวังของคนในชาติ และแฟนบอลนับพันล้านคนผู้มีความหลงใหลซึ่งทำให้ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาระดับโลก"
"ฟุตบอลต้องมาก่อนเสมอ แต่เป็นเวลานานมาแล้วที่ความแตกแยกได้บั่นทอนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของครอบครัวฟุตบอลของเรา"
"ผู้นำชุดปัจจุบันได้ทำลายขวัญกำลังใจของวงการฟุตบอล การบริหารจัดการที่อ่อนแอได้ทำลายความน่าเชื่อถือของ ฟีฟ่า และกัดเซาะความไว้วางใจในครอบครัวฟุตบอลทั่วโลก เราต้องหยุดยั้งความขัดแย้งนี้ไม่ให้บานปลาย"
"การต่อสู้ที่เกิดจากอัตตาภายในฝ่ายบริหารฟุตบอลนั้น ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ทำร้ายผู้ที่มีความสำคัญที่สุด นั่นคือ นักเตะ, โค้ช, ผู้ตัดสิน และแฟนบอลทั่วโลก พวกเขาไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบต่อความขัดแย้งเหล่านี้ พวกเขาสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่า"
เวก้า สรุปว่า "ฟุตบอลอยู่ในห้องฉุกเฉิน กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เราไม่สามารถรอได้อีกต่อไป ฟีฟ่า ต้องการทิศทางใหม่และการปฏิรูปขั้นพื้นฐาน"
"เราต้องรวมครอบครัวฟุตบอลให้เป็นหนึ่งเดียว ฟื้นฟูความไว้วางใจ สร้างเสถียรภาพ และปรับปรุงการบริหารจัดการของฟีฟ่าให้ทันสมัย นี่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงที่เด็ดขาด ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเพียงผิวเผิน"
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา
