จบหลักสูตร 6 เดือนที่ญี่ปุ่น! 6 แข้ง GLO STAR รุ่นแรกกลับไทย พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจสู่รุ่นน้อง GLO Cup 2026
นักฟุตบอลเยาวชนภายใต้โครงการ GLO STAR 2025 จำนวน 6 คน เดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังเสร็จสิ้นการฝึกฟุตบอลและใช้ชีวิตร่วมกับ สโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ สโมสรชั้นนำแห่งศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อพัฒนาทักษะฟุตบอล เรียนรู้วัฒนธรรมกีฬา และเสริมสร้างประสบการณ์ในระดับนานาชาติ
นักกีฬาเยาวชนทั้ง 6 คน ประกอบด้วย GLO STAR รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้แก่ กฤษฎา บัวขจร, สรชัย ภารุนัย และ อิรฟาน ดอเลาะ ส่วนรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ กลวัชร ดวงกลาง, ภัทรกร เอี่ยมอำพร และ ธีรพล ขำกล่ำ ซึ่งทั้งหมดถือเป็น GLO STAR รุ่นแรกที่ได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเดินทางไปพัฒนาฝีเท้ากับสโมสรอาชีพในประเทศญี่ปุ่น
การเดินทางกลับถึงประเทศไทยครั้งนี้เป็นไปอย่างอบอุ่น ท่ามกลางการต้อนรับจากครอบครัว ผู้ปกครอง ของนักกีฬาเยาวชนทั้ง 6 คน หลังเสร็จสิ้นภารกิจฝึกซ้อมตามมาตรฐานของสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ตลอดระยะเวลา 6 เดือน พร้อมกลับมาพกพาทั้งประสบการณ์ ความรู้ และแรงบันดาลใจจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย
โครงการ GLO STAR เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเยาวชนภายใต้การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 8 คนชิงแชมป์ประเทศไทย GLO Cup ซึ่งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยที่มีศักยภาพ ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบทั้งด้านทักษะฟุตบอล ระเบียบวินัย การใช้ชีวิต และประสบการณ์ในระดับนานาชาติ เพื่อยกระดับสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ทุกคนต่างยอมรับว่าช่วงเวลาในประเทศญี่ปุ่นไม่เพียงทำให้ฝีเท้าพัฒนาขึ้น แต่ยังได้เรียนรู้เรื่องระเบียบวินัย การใช้ชีวิต และแนวคิดการเป็นนักกีฬามืออาชีพ
"ปัง" อิรฟาน ดอเลาะ กล่าวว่า การฝึกซ้อมเป็นไปด้วยดีและทำให้ตัวเองพัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายบอล สปีดบอล และการจบสกอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างจากการฝึกซ้อมในไทย พร้อมตั้งใจจะนำสิ่งที่เรียนรู้มาต่อยอดพัฒนาตัวเอง และขอบคุณ GLO Cup ที่มอบโอกาสครั้งสำคัญนี้
ด้าน "โดม" กฤษฎา บัวขจร กล่าวว่า รู้สึกสนุกและมีความสุขตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว ยังได้เรียนรู้ระเบียบวินัยและการใช้ชีวิตในแบบมืออาชีพ พร้อมเชื่อว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะช่วยให้ตัวเองพัฒนาขึ้นอีกมากในอนาคต และหวังว่าจะมีโอกาสกลับไปฝึกที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง
ขณะที่ "กัปตัน" สรชัย ภารุนัย เปิดเผยว่า การใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วยพัฒนาทั้งร่างกาย ความเข้าใจเกม ความจริงจังในการฝึกซ้อม รวมถึงการจ่ายบอลและการยิงประตูที่แม่นยำมากขึ้น โดยตั้งใจจะนำประสบการณ์ทั้งหมดกลับไปถ่ายทอดให้รุ่นน้องในทีม พร้อมฝากขอบคุณ GLO Cup ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้สัมผัสฟุตบอลระดับนานาชาติ และหวังว่าโครงการนี้จะจัดต่อเนื่องทุกปี
ส่วน "คาร์บู" ธีรพล ขำกล่ำ กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับมากที่สุดคือการเรียนรู้มาตรฐานการฝึกซ้อมระดับเจลีก ทุกคนต้องคิดเร็ว เล่นเร็ว และฝึกซ้อมอย่างจริงจัง รวมถึงการได้สัมผัสการฝึกกับทีมชุดใหญ่ของอวิสป้า ฟุกุโอกะ ทำให้เห็นมาตรฐานฟุตบอลอาชีพอย่างแท้จริง ก่อนยืนยันว่าจะนำประสบการณ์ทั้งหมดกลับมาพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปติดทีมชาติและเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต
ทางด้าน "โชกุน" ภัทรกร เอี่ยมอำพร กล่าวว่า แม้ช่วงแรกจะต้องใช้เวลาปรับตัวกับอากาศที่หนาวเย็น แต่ตลอด 6 เดือนช่วยให้พัฒนาทั้งด้านร่างกาย ความฟิต สปีดบอล รวมถึงเรื่องระเบียบวินัยและการตรงต่อเวลา พร้อมตั้งใจจะนำแนวคิดการเล่นฟุตบอลแบบญี่ปุ่นกลับมาปรับใช้กับตัวเองต่อไป
ขณะที่ "ต้นกล้า" กลวัชร ดวงกลาง กล่าวว่า การได้เห็นความแตกต่างของฟุตบอลญี่ปุ่น ทั้งความเร็วในการเล่นและระเบียบวินัย ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่จะไม่มีวันลืม แม้ช่วงแรกจะต้องใช้เวลาปรับตัว แต่สุดท้ายก็สามารถเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณ GLO Cup ที่มอบโอกาสให้เด็กธรรมดาคนหนึ่งได้สัมผัสความฝันในการฝึกซ้อมกับสโมสรระดับเจลีก
ขณะเดียวกัน โครงการ GLO STAR ยังคงเดินหน้าต่อเนื่องในปี 2569 โดยอยู่ระหว่างการคัดเลือกนักฟุตบอลเยาวชนทั่วประเทศผ่านการแข่งขัน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกทั้ง 7 ภูมิภาค เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี และ 15 ปี ที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย
หลังจบการแข่งขันรอบคัดเลือกทั้ง 7 ภูมิภาค คณะกรรมการจะคัดเลือกนักเตะที่โดดเด่นเข้าสู่ GLO STAR Camp เพื่อเก็บตัวและประเมินศักยภาพอย่างเข้มข้น ก่อนคัดเลือกให้เหลือรุ่นละ 3 คน รวมทั้งหมด 6 คน เป็น GLO STAR รุ่นที่ 2 เดินทางไปฝึกฟุตบอลกับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 6 เดือน ตามรอยรุ่นพี่ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจในปีนี้
การกลับมาของ GLO STAR รุ่นแรก จึงไม่ใช่เพียงการสิ้นสุดการเดินทางในประเทศญี่ปุ่น หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการถ่ายทอดประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยรุ่นต่อไป พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ของโครงการ GLO Cup และ GLO STAR ที่มุ่งสร้าง "โอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง" ให้กับเยาวชนไทย ผ่านพลังของกีฬาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน