ปัตตานี เอฟซี ประกาศยืนยันว่า สโมสรจะย้ายไปใช้ สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา เป็นสนามเหย้าชั่วคราว ตั้งแต่เกมนัดแรก เจอ "บีจี ปทุม ยูไนเต็ด" ในวันที่ 4 กันยายนนี้ จนกระทั่งจบเลกแรก เนื่องจากว่า สนามเรนโบว์ สเตเดี้ยม อยู่ในระหว่างการซ่อมแซม
โดยทางสโมสร ได้ออกแถลงการณ์อย่างละเอียด ระบุข้อความว่า "สโมสรฯ ขอเรียนแจ้งแฟนบอลทุกท่านถึงเหตุผลความจำเป็นที่ทำให้เราไม่สามารถใช้สนามเรนโบว์สเตเดียมจัดการแข่งขันในบางนัดของเลกแรกได้ และจำเป็นต้องย้ายไปใช้สนามติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา เป็นสนามเหย้าชั่วคราว ดังมีรายละเอียดดังนี้"
"การประสานงานปรับปรุงสนามเรนโบว์สเตเดียม ที่ผ่านมา สโมสรฯ ได้ร่วมมือและประสานงานกับ อบจ. ปัตตานี อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อปรับปรุงสนามให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในฤดูกาลนี้ โดยได้รับทราบว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณจัดสร้างลู่วิ่งมาตรฐาน 9 ช่องวิ่ง มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท โดยทางจังหวัดได้พยายามขอไปหลายปีแต่บังเอิญรับในปีงบประมาณนี้ โดยมี อบจ. ปัตตานี เป็นเจ้าของงาน และ อบจ. ปัตตานี ได้มีการลงนามสัญญาจ้างและส่งมอบพื้นที่สนามกีฬาให้บริษัทผู้รับจ้างเข้าดำเนินการแล้ว"
"ในตอนแรก สโมสรฯ ได้หารือกับทีมงานสมาคมฟุตบอลฯ ถึงความเป็นไปได้ในการจัดการแข่งขันควบคู่ไปกับการก่อสร้าง ซึ่งได้รับข้อมูลว่าเคยมีบางสโมสรดำเนินงานในลักษณะนี้ได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องปลอดภัยต่อนักกีฬา และมีการจัดการพื้นที่ในวันแข่งขันและการถ่ายทอดสดให้เรียบร้อย ปราศจากเครื่องจักรและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งทำให้สโมสรฯ มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถจัดนัดเปิดสนามประวัติศาสตร์ในวันที่ 4 กันยายนนี้ ณ บ้านของเราได้"
"เหตุผลด้านความปลอดภัยและข้อจำกัดทางการก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม จากการประชุมร่วมกันระหว่างท่านผู้ว่าราชการจังหวัด, อบจ. ปัตตานี, หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, สโมสรฯ และบริษัทผู้รับเหมา จึงได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงครั้งนี้จำเป็นต้องขุดหลุมลึกประมาณ 1 เมตร และกว้างพอสมควรเป็นคูรอบสนาม บริเวณทางวิ่งของไลน์แมน เพื่อขยับท่อระบายน้ำออกไปอีกประมาณ 60 เซนติเมตร ให้ลู่วิ่งเลนในสุดได้ระยะ 400 เมตรตามมาตรฐานสากล โดยไม่กระทบกับขนาดของสนามฟุตบอล"
"สภาพพื้นที่ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวนักกีฬาและบุคลากรในการแข่งขัน ทางสมาคมฟุตบอลฯ จึงไม่สามารถอนุมัติให้ใช้สนามในสภาวะดังกล่าวได้ สโมสรฯ ได้พยายามหารือกับผู้รับเหมาเพื่อขอขยับช่วงเวลาเริ่มก่อสร้างออกไปหลังวันที่ 4 กันยายน ซึ่งทางผู้รับเหมาเข้าใจถึงความสำคัญของนัดนี้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากหากเริ่มงานล่าช้าไปอีก 1 เดือน การทำงานจะตรงกับช่วงฤดูฝนพอดี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขั้นตอนการทำงานอย่างมาก และอาจทำให้ส่งมอบงานไม่ทันจนเกิดความเสียหาย สโมสรฯ จึงเข้าใจในข้อจำกัดตรงจุดนี้ของฝ่ายผู้รับจ้างเช่นกัน"
"การเตรียมแผนสำรองเพื่อรักษาประโยชน์ของสโมสร เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิในการเป็นเจ้าบ้าน—เนื่องจากตามระเบียบสมาคมฯ หากไม่พร้อมจัดแข่งขันและไม่มีสนามสำรองรองรับ เราจะต้องไปเยือนในบ้านของคู่แข่งทั้งสองนัด—สโมสรฯ จึงได้ประสานงานล่วงหน้าในการขออนุญาตใช้ สนามติณสูลานนท์ จาก อบจ. สงขลา และยื่นเรื่องเป็นสนามเหย้าชั่วคราวต่อสมาคมฟุตบอลฯ ไว้ก่อนหน้านี้ สโมสรฯ ขอขอบพระคุณ อบจ. สงขลา เป็นอย่างสูงที่อ้าแขนรับและอนุญาตให้เราได้ใช้สนามติณสูลานนท์เป็นรังเหย้าชั่วคราวในครั้งนี้"
"การดำเนินงานในปัจจุบันและการเตรียมพร้อมกลับสู่ "เรนโบว์สเตเดียม" ในระหว่างนี้ สโมสรฯ กำลังเร่งเข้าปรับปรุงพื้นหญ้าโดยไม่กระทบต่อการก่อสร้างลู่วิ่งเพื่อรองรับการใช้งานสนามภายหลังก่อสร้างลู่วิ่งแล้วเสร็จ การปรับปรุงห้องพักนักกีฬาและพื้นที่อื่นๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานไทยลีก 1 พร้อมกับการที่ อบจ. จัดเตรียมปรับปรุงที่นั่งบนอัฒจรรย์เพื่อรองรับการใช้งานด้านต่าง ๆ ทั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งเราจะสามารถกลับมาใช้สนามเรนโบว์สเตเดียมได้อีกครั้งเมื่อการจัดทำลู่วิ่งแล้วเสร็จ โดยอาจใช้เวลา 2-5 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการปฏิบัติหน้างานก่อสร้าง"
"สโมสรฯ ขอขอบพระคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, อบจ. ปัตตานี ตลอดจนหน่วยงานทุกภาคส่วน ที่ได้พยายามอย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือ สนับสนุน และหาทางออกร่วมกันเพื่อให้แมตช์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในบ้านของเรา แม้ครั้งนี้จะมีข้อจำกัดที่ทำให้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผน แต่สโมสรฯ เชื่อมั่นว่า เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จด้วยมาตรฐานที่สมบูรณ์แบบ เราจะได้กลับมาส่งเสียงเชียร์ร่วมกัน ณ “เรนโบว์สเตเดียม” บ้านของเราอย่างภาคภูมิใจแน่นอน"