โค้งสุดท้าย GLO STAR 2026! พันโท หนุน เยี่ยม 30 แข้ง ก่อนคัด 6 คนสุดท้ายไปญี่ปุ่น
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย เดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของ GLO STAR Camp 2026 หลังนักฟุตบอลเยาวชน 30 คน รุ่น U13 และ U15 ผ่านการเก็บตัวและพัฒนาศักยภาพร่วมกันมาอย่างเข้มข้น
ในวันนี้ พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เดินทางเยี่ยมชมและติดตามบรรยากาศการเก็บตัวของนักเตะทั้ง 30 คน ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 4 วัน ก่อนเข้าสู่การประกาศรายชื่อ 6 คนสุดท้าย ที่จะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเดินทางไปฝึกฟุตบอลกับ อวิสป้า ฟุกุโอกะ ทีมชั้นนำแห่งเจลีก ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 6 เดือน
พันโท หนุน กล่าวว่า บรรยากาศในวันนี้แตกต่างจากช่วงต้นของแคมป์อย่างชัดเจน เพราะนักเตะกำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของโครงการ แต่สิ่งที่ต้องการให้นักเตะทุกคนตระหนักคือ การได้เข้ามาถึง GLO STAR Camp ก็ถือเป็นความสำเร็จและการพิสูจน์ตัวเองในระดับหนึ่งแล้ว
“วันนี้บรรยากาศแตกต่างออกไป เพราะเราเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะรู้ว่าใครจะเป็น 6 คนที่จะได้รับโอกาสไปประเทศญี่ปุ่น”
“แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้เด็ก ๆ จำไว้คือ ไม่ว่าใครจะได้รับเลือก ทุกคนที่เข้ามาถึง GLO STAR Camp ได้พิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าเป็นนักฟุตบอลเยาวชนที่มีศักยภาพ”
ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ GLO ต้องการสร้างผ่านโครงการ GLO STAR ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพานักเตะไปฝึกฟุตบอลในต่างประเทศ แต่ต้องการให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ทั้งรูปแบบการฝึกซ้อม วินัย วิธีคิด วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมของฟุตบอลในประเทศญี่ปุ่น
“เราอยากให้เด็กได้เห็นโลกฟุตบอลที่กว้างขึ้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรมการฝึกซ้อม วินัย และวิธีคิดของนักฟุตบอลในอีกประเทศหนึ่ง”
“ที่สำคัญเราอยากให้เขานำประสบการณ์กลับมาใช้พัฒนาตัวเอง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กคนอื่น ๆ ว่า ถ้าพยายามและมีความสามารถ โอกาสดี ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้จริง”
ขณะที่ "เดอะตุ๊ก" นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ประธานมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย ซึ่งทำหน้าที่คัดเลือก ติดตามและร่วมประเมินนักเตะมาตลอดกระบวนการ เปิดเผยว่า การตัดสินใจเลือก 6 คนสุดท้ายยังคงเป็นงานที่ยาก เพราะนักเตะทั้ง 30 คนมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน และสิ่งสำคัญคือคณะกรรมการไม่ได้พิจารณาเฉพาะฟอร์มการเล่นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
“ตอนนี้ยังยากครับ เพราะแต่ละคนมีจุดเด่นของตัวเอง และตลอด 14 วันที่ผ่านมาเราเห็นพัฒนาการของเด็กทุกคน”
“เราไม่ได้ดูแค่วันที่ดีที่สุดของเขา แต่ดูทั้งกระบวนการว่าเขาพัฒนาอย่างไร รับคำแนะนำอย่างไร แก้ไขข้อผิดพลาดอย่างไร และมีทัศนคติอย่างไรเมื่อเจอสถานการณ์ต่าง ๆ”
“เดอะตุ๊ก” ยังมองว่า นักเตะที่จะได้รับโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีมากกว่าความสามารถด้านฟุตบอล เพราะการใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลา 6 เดือนต้องอาศัยทั้งการปรับตัว ความรับผิดชอบ และความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่
“ผมมองว่าความสามารถอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ด้วย เพราะการไปญี่ปุ่น 6 เดือน เด็กจะต้องเจอกับฟุตบอลที่เข้มข้นกว่าเดิม ต้องเจอกับภาษา วัฒนธรรม เพื่อนใหม่ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง”
“ดังนั้นเราต้องเลือกเด็กที่มีทั้งฝีเท้า ทัศนคติ วินัย และที่สำคัญคือมีความอยากพัฒนาตัวเอง”
พร้อมกันนี้ “เดอะตุ๊ก” ยังย้ำว่า แม้สุดท้ายจะมีเพียง 6 คนที่ได้รับโอกาสไปญี่ปุ่น แต่ไม่ได้หมายความว่านักเตะอีก 24 คนจะหมดโอกาสในเส้นทางฟุตบอล
“ผมอยากบอกเด็กทุกคนว่า การไม่ได้เป็น 1 ใน 6 คน ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง และไม่ได้แปลว่าเส้นทางฟุตบอลของเราจบลง”
“30 คนที่เข้ามาถึงตรงนี้ทุกคนมีคุณภาพ เพียงแต่วันนี้เราต้องเลือก 6 คนสำหรับโอกาสในครั้งนี้ แต่ฟุตบอลยังมีอีกหลายสนาม อีกหลายรายการ และอีกหลายโอกาสรอพวกเขาอยู่”
ด้าน พันโท หนุน มองย้อนกลับไปถึงเป้าหมายของ GLO STAR ว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่โครงการต้องการมอบให้กับเยาวชนคือ “โอกาส” โดยเฉพาะการทำให้ความฝันที่อาจดูไกลตัว กลายเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
“ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ‘โอกาส’ เด็กบางคนอาจไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีโอกาสไปฝึกฟุตบอลกับสโมสรในประเทศญี่ปุ่น แต่วันนี้เขามายืนอยู่ตรงนี้แล้ว”
“นี่คือสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นจาก GLO STAR คือทำให้โอกาสที่เด็ก ๆ เคยคิดว่าไกลตัว กลายเป็นโอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง”