ดาร์ทตื่นเต้นร่วมล่าความสำเร็จกับฮาร์บอห์
แจ็กสัน ดาร์ท คาดหวังถึงการคว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ ร่วมกับ นิวยอร์ค ไจแอนท์ส ภายใต้การดูแลของ จอห์น ฮาร์บอห์ เฮดโค้ชคนใหม่
แจ็กสัน ดาร์ท ควอร์เตอร์แบ็กดาวรุ่งของ นิวยอร์ค ไจแอนท์ส เปิดเผยว่าเขารู้สึกตื่นเต้นในการเดินหน้าไล่ล่าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ ร่วมกับ จอห์น ฮาร์บอห์ เฮดโค้ชคนใหม่ของยักษ์น้ำเงิน ตามรายงานจาก นิวยอร์ค โพสต์
'ผมต้องการเป็นควอร์เตอร์แบ็กที่คว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้าโค้ชของผม' ดาร์ท กล่าวกับ สตีฟ เซอร์บี จาก นิวยอร์ค โพสต์ 'ผมตื่นเต้นที่จะไล่ล่าเป้าหมายนั้น และสร้างสิ่งต่างๆให้เกิดขึ้นกับโค้ช ฮาร์บอห์'
ดาร์ท เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ ฮาร์บอห์ ตัดสินใจเลือก ไจแอนท์ส เป็นจุดหมายปลายทางของเขา หลังการทำงานกับ บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ ในตำแหน่งเฮดโค้ชมานาน 18 ฤดูกาล โดยมองว่าอดีตดราฟท์รอบแรก คลาส 2025 จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยพลิกฟื้นทีมยักษ์น้ำเงินที่ไม่เคยผ่านรอบดิวิชันนอล เพลย์ออฟ ตั้งแต่ยุค ทอม คัฟลิน และ อีลาย แมนนิง ที่คว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ ร่วมกันในปี 2011
ควอร์เตอร์แบ็กวัย 22 ปียังเผยว่าเขาได้พูดคุยกับ ฮาร์บอห์ อย่างละเอียดในระหว่างกระบวนการคัดเลือกและเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมกับโค้ชระหว่างการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา
'เขาชอบมัน ผมชอบแนวทางที่ผมแข่งขัน' ดาร์ท กล่าว 'ทุกอย่างมีเวลาและที่ที่เหมาะสม และผมคิดว่าเมื่อคุณดูฟิล์มการเล่นของผม คุณจะเห็นว่าคุณพัฒนาขึ้นตลอดทั้งฤดูกาล ในฐานะรุคกี้ ผมจะไม่สมบูรณ์แบบตลอดเวลาในการตัดสินใจของผม มีบางครั้งที่ผมต้องเรียนรู้'
'แต่เขาเชื่อมั่นในแนวทางการเล่นของผม เขาเชื่อมั่นในทักษะของผม และผมแทบรอไม่ไหวที่จะให้ทีมได้เห็นวิสัยทัศน์ของเขาเมื่อเรามีการประชุมทีมครั้งแรก และเริ่มต้นก้าวเล็กๆในการพัฒนาทีมกลับไปสู่ชัยชนะ และคว้าชัยชนะให้ได้มากที่สุด'
ตลอด 18 ฤดูกาลในบัลติมอร์ ฮาร์บอห์ ทำสถิติชนะ 180 แพ้ 133 ในฤดูกาลปกติ และชนะ 13 แพ้ 11 ในช่วงโพสต์ซีซั่น โดยนำ เรฟเว่นส์ เข้ารอบเพลย์ออฟ 12 จาก 18 ซีซั่น รวมถึงการคว้าแชมป์ ซูเปอร์ โบวล์ เมื่อปี 2012 และยังช่วยพัฒนาทั้ง โจ แฟล็คโก้ และ ลามาร์ แจ็คสัน ด้วย
'ทุกฤดูกาล ปีแล้วปีเล่า ทีมของเขาแข่งขันในระดับสูงสุดและไล่ล่าแชมป์ใหญ่' ดาร์ท กล่าว 'และพวกเขามีโอกาส ดังนั้นจากมุมมองของวัฒนธรรมแห่งชัยชนะ ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่ผมรู้มาก่อนแล้วว่าเขาปลูกฝังให้กับลูกทีม ให้องค์กร ให้ทีมที่เขาเป็นโค้ช และเมื่อคุณได้ยินผู้เล่นพูดถึงเขา ความรักที่เขามีต่อผู้เล่น และการมีส่วนร่วมที่เขาได้รับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่โดดเด่นจริงๆ ก่อนที่ผมจะมีโอกาสได้พบเขาด้วยซ้ำ'
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวอเมริกันฟุตบอลNFLทุกวันทุกเวลา
