นับถอยหลังกับกาซอร์ล่า
ซานติอาโก้ กาซอร์ล่า มิดฟิลด์วัย 41 ปีของ เรอัล โอเบียโด้ กำลังจะปิดฉากอาชีพค้าแข้งที่ดำเนินมาอย่างยาวนานถึง 23 ปีหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้
กาซอร์ล่า เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับ โกบาดอนก้า เมื่อปี 1992 ก่อนจะย้ายมาอยู่อะคาเดมี่ของ เรอัล โอเบียโด้ ในปี 1996 จนกระทั่งย้ายไปเซ็นสัญญากับ บียาร์เรอัล เมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นทางการ
เขาย้ายมาเล่นกับ เรเกรอาติโบ อูเอลบา ในซีซั่น 2006-2007 ก่อนหวนคืน บียาร์เรอัล หลังจากนั้น ต่อด้วยการมาเล่นกับ มาลาก้า ในฤดูกาล 2011-2012 จนกระทั่งมุ่งหน้าสู่เวทีพรีเมียร์ลีกจากการเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์นั้นของ อาร์แซน เวนเกอร์ ร่วมกับ ลูคัส โพดอลสกี้ และ โอลิวิเย่ร์ ชีรูด์
กาซอร์ล่า มีบทบาทสำคัญต่อทีมของ เวนเกอร์ ตลอดช่วง 3 ฤดูกาลแรก ก่อนมิดฟิลด์ชาวสเปนจะประสบปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังจนกระทั่งอำลาทีมปืนโตหลังจบซีซั่น 2017-2018 โดยเซ็นสัญญากับ บียาร์เรอัล และเล่นกับทีมเรือดำน้ำเหลือง 2 ปี
จากนั้น กาซอร์ล่า ย้ายมาค้าแข้งในกาตาร์กับ อัล-ซาดด์ เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ก่อนจะหวนคืนสโมสรวัยเด็กอย่าง เรอัล โอเบียโด้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 และมีบทบาทสำคัญที่ช่วยทีมดังแคว้นอัสตูเรียสเลื่อนชั้นสู่เวที ลา ลีกา ครั้งแรกในรอบ 24 ปี หลังจบฤดูกาล 2024-2025

อย่างไรก็ตาม กาซอร์ล่า ถูกลดบทบาทเป็นตัวสำรองในฤดูกาลนี้ ขณะที่ทัพ 'โลส การ์บาโยเนส' กำลังนับถอยหลังสู่การหวนคืนเวทีเซกุนด้าอีกครั้ง หลังเก็บได้เพียง 28 คะแนนจากการลงเล่น 34 เกม ห่างจากโซนปลอดภัย 9 แต้ม ก่อนการลงเล่น 4 นัดสุดท้าย
กาซอร์ล่า เพิ่งรับรางวัล 'Moscon de Oro' จาก Asociacion Amigos de Grado สำหรับการเป็นตัวแทนคุณค่าของกีฬาในศูนย์ฝึกซ้อมของ เรอัล โอเบียโด้ ซึ่งมิดฟิลด์วัย 41 ปีกล่าวในงานดังกล่าวว่าเขาได้ตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของตนเองในฤดูกาลหน้าแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเท่านั้น
'นี่ไม่ใช่เวลาที่จะประกาศอะไร ทีมมีความสำคัญกว่า และผมจะประกาศอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผมมุ่งมั่นกับการจบฤดูกาล และการตัดสินใจนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว โดยได้รับความเห็นชอบจากครอบครัวของผม, ทีมของผมและสโมสรของผม'
เรอัล โอเบียโด้ กำลังจะหวนคืนเวทีเซกุนด้าอีกครั้ง ซึ่ง กาซอร์ล่า ยอมรับว่าด้วยปีที่ยากลำบากทั้งสถานการณ์ของต้นสังกัดและการถูกลดบทบาทเป็นตัวสำรองทำให้เขาตัดสินใจเช่นนี้
'เมื่อคุณเลื่อนชั้นหลังจากผ่านไป 24 ปี คุณย่อมคาดหวังว่าฤดูกาลนี้จะเป็นซีซั่นที่สนุกสนาน ไม่ว่าการหนีตกชั้นจะยากลำบากแค่ไหนก็ตาม มันเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับทุกคน และทุกอย่างล้วนทำให้เกิดการตัดสินใจนี้ แน่นอนว่าถ้ามันเป็นปีที่ดีกว่านี้...ผมมีความสุขมากที่ได้เล่นกับสโมสรที่ผมรัก และผมอยากจะทำแบบนั้นต่อไปในเกมที่เหลืออยู่'

หนึ่งในความไม่พอใจหลักของแฟนๆ เรอัล โอเบียโด้ คือการจัดการเกี่ยวกับตำแหน่งของ เวลโก้ เปาโนวิช หลังเทรนเนอร์วัย 48 ปีมีส่วนช่วยทัพ 'โลส การ์บาโยเนส'เลื่อนชั้นสู่เวที ลา ลีกา ครั้งแรกในรอบ 24 ปี หลังการเอาชนะ มีรานเดส 3-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดที่สองในรอบชิงชนะเลิศของเกมเพลย์ออฟ
แต่สโมสรสั่งปลด เปาโนวิช ออกจากตำแหน่งหลังการคุมทีมลงสนามเพียง 8 เกมแรกของฤดูกาลทำสถิติชนะ 2 แพ้ 6 ขณะที่ตัวแทนอย่าง หลุยส์ การ์รีออน ทำผลงานแย่กว่าด้วยซ้ำ เขาอำลาทีมหลังการกุมบังเหียนแค่ 8 เกม ทำสถิติเสมอ 4 แพ้ 4
ปัจจุบัน เรอัล โอเบียโด้ อยู่ภายใต้การดูแลของ กีเยร์โม่ อัลมาด้า โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ ซึ่งเป็นเทรนเนอร์คนที่สามในฤดูกาลนี้ของพวกเขา หลังเข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่ช่วงกลางเดือนธันวาคม
อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของทีมดังแคว้นอัสตูเรียสดีขึ้นมากนัก แม้บอสวัย 59 ปีจะสามารถดึงศักยภาพดีที่สุดออกมาจากทีมได้ก็ตาม

'เรามีบทเรียนมากมายที่ต้องเรียนรู้จากฤดูกาลนี้' กาซอร์ล่า กล่าว 'เกี่ยวกับการตัดสินใจของสโมสร การบริหารจัดการ และความสำคัญของการที่ทุกคนต้องร่วมมือกันและรักษาความรักที่มีต่อสโมสรแห่งนี้ไว้'
'มันเป็นเรื่องพื้นฐานที่สโมสรแห่งนี้จะต้องมีความสามัคคีในทุกระดับ ปีนี้บางครั้งเราก็สูญเสียสิ่งนั้นไป และเราไม่สามารถปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก'
ส่วน ชาบี เอร์นานเดซ กล่าวถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมชาติสเปนว่า 'ผมโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนร่วมทีมกับ ซานตี ในทีมชาติ และหลังจากนั้นก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่กาตาร์ตอนที่ผมเป็นโค้ชแล้ว สิ่งเดียวที่ผมสามารถพูดได้คือมันเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นโค้ชให้เขา'
'ผมสามารถพูดได้แต่สิ่งดีๆเกี่ยวกับ ซานตี เท่านั้น การได้ดูเขาเล่นนั้นเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ เขามีพรสวรรค์ที่เหลือเชื่อ หาใครเทียบได้ยาก เขาเป็นนักฟุตบอลที่แตกต่างออกไป ผมเคยเห็นพรสวรรค์แบบนี้ในนักเตะเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ฟุตบอล'

