VAR ที่อาจส่งปืนใหญ่ถึงบัลลังก์

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การตัดสินใจของผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์ในช่วงทดเจ็บระหว่าง เวสต์แฮม กับ อาร์เซน่อล เป็นวินาที "ชี้เป็นชี้ตาย" ของทั้งทีมลุ้นแชมป์และทีมหนีตกชั้นอย่างแท้จริง

เวสต์แฮม ไม่ได้ประตูและหนึ่งคะแนนจากลูกยิงของ คัลลั่ม วิลสัน ที่ข้ามเส้นไปแล้วแต่ถูกริบคืน หลังผู้ตัดสินชี้ขาดว่า ปาโบล แนวรุกขุนค้อนไปทำฟาวล์ ดาบิด ราย่า นายทวารปืนโต

การตัดสินใจครั้งนี้ของผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์อาจเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่สุดและสำคัญสุดของฤดูกาลก็ว่าได้เพราะชัยชนะ 1-0 ของ อาร์เซน่อล ส่งผลมหาศาลต่อทั้งหัวตารางและท้ายตาราง

อาร์เซน่อล ยังกุมชะตาแชมป์เอาไว้ในมือด้วยการขยับหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็น 5 คะแนนอีกครั้ง ขอเพียงชนะใน 2 นัดสุดท้ายก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรกในรอบ 22 ปี

เวสต์แฮม มือเปล่าไม่ได้แต้มเพิ่มทำให้สถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้นเสียเปรียบ สเปอร์ส ที่มีมากกว่า 1 คะแนน และแข่งน้อยกว่า 1 นัดอีกด้วย (จะลงเล่นเท่ากันในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด คืนวันจันทร์นี้)

และความปราชัยของ "ขุนค้อน" ก็เป็นการการันตีว่า น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่มี 43 คะแนนเท่ากัน "รอดตกชั้น" 100 เปอร์เซ็นต์แน่นอนแล้ว

ถ้าไม่มีการริบประตูคืน และจบที่สกอร์ 1-1 สถานการณ์ของ อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้, เวสต์แฮม, สเปอร์ส, ฟอเรสต์ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด จะต่างออกไปจากที่เป็นอยู่ไม่น้อย 

มิเกล อาร์เตต้า ยอมรับเลยว่าผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ กล้าหาญอย่างมากในการตัดสินใจเปลี่ยนจากเป็นประตูให้ "ไม่เป็นประตู" เป็นการตัดสินที่แบกความกดดันสูงลิบ  


เซฟสำคัญของ ราย่า

"วันนี้ผมเพิ่งตระหนักว่างานของผู้ตัดสินนั้นยากและยิ่งใหญ่เพียงใด เพราะเรากำลังพูดถึงช่วงเวลาที่สามารถตัดสินประวัติศาสตร์และเส้นทางของสองสโมสรยักษ์ใหญ่ที่กำลังสู้สุดชีวิตเพื่อเป้าหมายของตัวเอง" อาร์เตต้า กล่าว

น้อยครั้งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสมัยใหม่ที่จะมีความเครียดพุ่งถึงขีดสุดในโมเมนต์เดียวได้เท่านี้ นักเตะทั้งสองฝ่ายยืนกดดันอยู่ข้างหลังผู้ตัดสินขณะที่เขาเดินไปดูจอภาพข้างสนาม อารมณ์พุ่งพล่านถึงขีดสุดเพราะมีทั้ง "แชมป์ลีก" และ "การตกชั้น" เป็นเดิมพัน

นี่อาจเป็นการตัดสินโดย วีเออาร์ ที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์มากที่สุดของพรีเมียร์ลีก 

คริส คาวานาห์ ต้องดูภาพรีเพลย์ถึง 17 ครั้ง ใช้เวลาไป 4 นาทีกับ 17 วินาที และผลสรุปคือเขาตัดสิน "ถูกต้อง" เพราะแขนของ ปาโบล ขัดขวางการทำงานของ ราย่า อย่างชัดเจน ประกอบกับ ฌอง-แคลร์ โตดิโบ ก็ดึงเสื้อนายทวารปืนโตอีกด้วย 

อาร์เตต้า มองว่ามันเป็นการฟาวล์ชัดเจน ไม่ควรเป็นประตู ขณะที่ นูโน เอสปิริโต้ ซานโต นายใหญ่ เวสต์แฮม กลับมองไปที่ประเด็นใหญ่กว่านั้น คือมาตรฐานที่พรีเมียร์ลีกปล่อยให้มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันในเขตโทษมาตลอดทั้งฤดูกาล รวมถึงจังหวะของ เดแคลน ไรซ์ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ในจังหวะเดียวกันนั้นด้วย

"มันน่าอึดอัดกับความลักลั่นของเกณฑ์การตัดสิน เหมือนกฎเพิ่งจะมาเปลี่ยนเอาตอนนี้ ทุกคนต่างรู้สึกสับสน" นูโน กล่าวอย่างมีนัยสำคัญ


ราย่า โดนฟาวล์จังหวะเสียประตู

นอกจากจังหวะ วีเออาร์ แล้ว ดาบิด ราย่า ยังโชว์ "ช็อตมหัศจรรย์" ด้วยการเซฟลูกยิงระยะเผาขนของ มาเตอุส แฟร์นันด์ส ที่น่าจะเป็นประตูเหลือเกินหลังหลุดเดี่ยวเข้าไปล่อเป้า และมันเกิดขึ้นก่อนประตูของ เลอันโดร ทรอสซาร์ เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น

หลายคนนำไปเปรียบเทียบว่าจังหวะเซฟนี้สำคัญไม่ต่างจากจังหวะที่ สเตฟาน ออร์เตก้า ของ แมนฯ ซิตี้ เซฟลูกยิงของ ซน ฮึง-มิน เมื่อสองฤดูกาลก่อนที่หยุด อาร์เซน่อล ไม่ให้ได้แชมป์

นอกจากสองจังหวะสำคัญทั้งการเซฟของ ดาบิด ราย่า และประตูที่ถูกริบคืนของ เวสต์แฮม อีกจุดที่ต้องพูดถึงสำหรับ อาร์เตต้า คือการจัดทัพ และการแก้ปัญหาระหว่างเกม

อาร์เตต้า เลือกไว้ใจ 11 ตัวจริงเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ ได้โอกาสต่อเนื่องในการเล่นตรงกลางร่วมกับ เดแคลน ไรซ์ โดยมี บูคาโย่ ซาก้า, เอเบเรชี่ เอเซ่ และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ช่วยกันปั้นเกมเกมรุกอยู่ข้างหลัง วิคเตอร์ โยเคเรส 

การยึดมั่นตัวจริงที่ทำได้ดีอยู่แล้วของ อาร์เตต้า ทำให้การเริ่มต้นออกมาไร้ที่ติ อาร์เซน่อล ครองเกมรุกเบ็ดเสร็จสร้างโอกาสลุ้นยิงถึง 7 ครั้งในช่วง 16 นาทีแรก และเกือบนำเร็วโดยเฉพาะลูกโหม่งของ ทรอสซาร์ ที่ชนเสาอย่างจัง

แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคืออาการบาดเจ็บของ เบน ไวท์ ที่ต้องออกจากสนามตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้ อาร์เตต้า เลือกส่ง มาร์ติน ซูบีเมนดี้ ลงมาเล่นตรงกลางเพื่อถ่าง เดแคลน ไรซ์ ไปเล่นแบ็กขวา


อาร์เตต้า มองในตอนแรกว่า เวสต์แฮม ถอยไปรับลึกและไม่บีบสูง ไรซ์ ในตำแหน่งแบ็กขวาดูจะมีประโยชน์ในการเติมเกมรุกมากกว่า คริสเตียน มอสเกร่า ที่เป็นกองหลังอาชีพและได้เล่นแบ็กขวาบ่อยครั้ง

แต่เมื่อขุนค้อนเริ่มดันขึ้นมาบีบเกมและทำให้เกมเปิดมากขึ้น อาร์เซน่อล กลับเสียการควบคุมและขาดพลังงานในแบบที่มี ไรซ์ ปักหลักตรงกลาง 

การปรับเกมต่อมาของ อาร์เตต้า คือในช่วงเริ่มต้นครึ่งหลังที่ส่ง มอสเกร่า ลงมาเล่นแบ็กขวาเพื่อให้ ไรซ์ กลับไปตรงกลางคู่ ซูบีเมนดี้ และโยก ลูอิส-สเกลลี่ ไปเล่นแบ็กซ้าย คาลาฟิออรี่ ที่มีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่ามีอาการบาดเจ็บอีกราย 

เมื่อ คาลาฟิออรี่ ไม่อยู่ การเล่นของ ทรอสซาร์ ก็ไม่เหมือนเดิม เพราะดาวเตะทีมชาติเบลเยียมไม่ใช่สายสปีดที่วิ่งตัดหลังได้ดี เขาต้องการตัววิ่งหลอกหรือขยับหาพื้นที่ในแบบ คาลาฟิออรี่ ซึ่งเป็นคนที่เล่นได้เข้าขากันมากสุด 

อาร์เตต้า จึงปรับเกมอีกรอบ และครั้งนี้วัดใจเลยด้วยการถอด ซูบีเมนดี้ ออกในช่วง 25 นาทีสุดท้ายเพื่อโหลดเกมรุกมากขึ้น มาร์ติน โอเดการ์ด จึงได้ลงเล่นแทน เช่นเดียวกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ รับช่วงต่อจาก เอเซ่

"การเปลี่ยนตัว ซูบี นั้นยากมาก แต่ผมรู้สึกจริงๆ ว่าเราต้องส่งกองกลางตัวรุกสองคนลงมาในตอนนั้นเพื่อสร้างโอกาสทำประตู และขอบคุณพระเจ้าที่มันได้ผล" อาร์เตต้า ให้เหตุผลถึงการเปลี่ยน ซูบีเมนดี้ ออกไปทั้งที่ลงเป็นสำรอง

การส่งทั้ง โอเดการ์ด และ ฮาแวร์ตซ์ ลงมานั้นทำให้การเล่นของ อาร์เซน่อล ดีขึ้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะเกมฝั่งขวาที่ก่อนหน้านี้ ซาก้า ไม่ได้คลายพิษสงมากนัก


โอเดการ์ด ถูกวิจารณ์มาตลอดฤดูกาล เช่นเดียวกับสภาพร่างกายที่บาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่เกมนี้เขากลายเป็นซูเปอร์ซับของทีมอย่างแท้จริงจากการพาบอลลุยหาโอกาสจนกระทั่งสร้างความแตกต่างได้สำเร็จด้วยการจ่ายบอลให้ ทรอสซาร์ ซัดประตูชัย

จังหวะได้ประตูชัยนี้ ผู้เล่นสำรองหลายคนที่ อาร์เตต้า ส่งลงทั้ง โอเดการ์ด, ฮาแวร์ตซ์, มอสเกร่า รวมถึง โนนี่ มาดูเอเก้ ต่างมีส่วนร่วมในการต่อบอล เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า อาร์เตต้า ตัดสินใจได้ถูก เช่นเดียวกับเลือกเก็บ ทรอสซาร์ เอาไว้ แม้ถูกมองว่าควรถอดออกแล้วให้ เอเซ่ โยกไปเล่นฝั่งซ้าย

แม้ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และเกือบเสียประตู แต่สุดท้าย อาร์เซน่อล ก็เอาตัวรอดได้ชัยชนะที่ต้องการอย่างยิ่ง

สถานการณ์ลุ้นแชมป์อยู่ในมือ อาร์เซน่อล ยิ่งกว่าเดิมกับโปรแกรม 2 นัดท้ายที่มองถึง 6 คะแนนเต็มได้ทั้งกลับไปเล่นในบ้านพบ เบิร์นลีย์ ที่ตกชั้นไปแล้ว และปิดฤดูกาลไปเยือน คริสตัล พาเลซ ที่โฟกัสตอนนี้ไปอยู่ที่นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก ซึ่งลงสนามหลังจากนั้นเพียง 3 วัน

หรือมันอาจเร็วกว่านั้นหาก แมนฯ ซิตี้ ไม่ชนะ คริสตัล พาเลซ ในนัดตกค้างวันพุธนี้ อาร์เซน่อล ก็จะลงเล่นนัดต่อไปด้วยเงื่อนไขที่เย้ายวนที่สุด...ชนะคว้าแชมป์ทันที พร้อมกับฉลองต่อหน้าแฟนบอลในเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

  ชัยชนะเหนือ เวสต์แฮม ไม่ได้เป็นเพียงแค่ 3 คะแนนธรรมดา แต่มันคือการพิสูจน์ของการอดทนและเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่บีบคั้นถึงขีดสุด จากเซฟของ ราย่า ถึงการลงมาพลิกเกมของ โอเดการ์ด และการตัดสินใจครั้งสำคัญของ คาวานาห์ ทุกอย่างดูเหมือนจะขีดเขียนไว้ให้พลพรรคปืนโตเดินหน้าสู่เส้นชัย หลังจากต้องเจ็บปวดและรอคอยมานานมากกว่าสองทศวรรษ



ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด