โทษที่ต้องเจอ
แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานเมื่อวันศุกร์ระบุว่า "เรือใบสีฟ้า" ถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 114 จากทั้งหมด 115 ข้อหาด้วยกัน
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2023 ซิตี้ถูกตั้งข้อหาครั้งแรกในความผิดฐานละเมิดกฎระเบียบทางการเงินระหว่างปี 2009 ถึง 2018 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวพวกเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 3 สมัย
ลองไปจำแนก 115 ข้อหาของพวกเขาดูว่ามีอะไรกันบ้าง
ไม่เปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (ปี 2009-2018) - 54 ข้อหา
ไม่เปิดเผยรายงานทางการเงินที่ถูกต้องเกี่ยวกับค่าตอบแทนของนักเตะและผู้จัดการทีม (ปี 2009-2018) - 14 ข้อหา
ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ยูฟ่า รวมถึงกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ - 5 ข้อหา
ละเมิดกฎระเบียบด้านผลกำไรและความยั่งยืนของ พรีเมียร์ลีก (ปี 2015-2018) - 7 ข้อหา
ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนของพรีเมียร์ลีก (ปี 2018-2023) - 35 ข้อหา
ทางโฆษกของสโมสรบอกว่า "กระบวนการยังคงดำเนินอยู่" และสโมสรจะทำการยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน
จนถึงตอนนี้ทาง พรีเมียร์ลีก ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงโทษ ซิตี้ อย่างไร และไม่มีบทลงโทษที่กำหนดไว้ตายตัวสำหรับการละเมิดกฎทางการเงิน ซึ่งหมายความว่ามีความเป็นไปได้หลายรูปแบบในการลงโทษ ซึ่งลองไปดูว่ามีอะไรบ้าง
ตัดแต้ม
มีกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่สโมสรถูกสั่งตัดแต้มทันทีในปี 2023 ที่ เอฟเวอร์ตัน ถูกตัด 10 แต้ม (ซึ่งต่อมาลดเหลือ 6 แต้มหลังจากการอุทธรณ์) เนื่องจากละเมิดกฎการทำกำไรและความยั่งยืน
ในปีถัดมา "ทอฟฟี่" ถูกตัดอีก 2 แต้มจากการละเมิดกฎเป็นครั้งที่สอง ในขณะที่ น็อตทิงแฮม ฟอเรสต์ ถูกตัด 4 แต้ม
แต่บทลงโทษแต่ละครั้งนั้นมาจากการละเมิดกฎเพียงข้อเดียว เมื่อพิจารณาว่าซิตี้ถูกตัดสินว่ามีความผิดถึง 114 ข้อหา นั่นอาจหมายถึงการถูกตัดแต้มจำนวนมหาศาล
การปรับตกชั้น
จากจำนวนข้อหาที่สโมสรถูกตัดสินว่ามีความผิด หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจเผชิญกับบทลงโทษขั้นสูงสุดถึงขั้นหลุดจากสถานะทีมใน พรีเมียร์ลีก โดยครั้งสุดท้ายที่ "เรือใบ" ไม่ได้ลงเล่นในลีกสูงสุดของ อังกฤษ คือเมื่อปี 2002
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาจะยังคงอยู่กับสโมสรต่อไปแม้ว่าทีมจะถูกปรับตกชั้นลงไปเล่นในลีกระดับต่ำอย่าง "ลีก วัน" แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าเขาโบกมือลาสโมสรไปแล้ว
เราอาจได้รู้กันในเร็วๆ นี้ว่า เอ็นโซ มาเรสก้า ผู้ที่จะมารับช่วงต่อ หรือนักเตะคนสำคัญอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ จะมีความคิดเห็นเช่นเดียวกันหรือไม่
ถูกริบแชมป์ พรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาแล้ว 8 สมัย โดย 3 สมัยในจำนวนนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่พวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด
หากสโมสรถูกริบแชมป์ในช่วงนั้น ทีมที่จบอันดับสองในฤดูกาลเหล่านั้นอาจถูกยกให้ได้แชมป์ย้อนหลัง ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2011/12 และ 2017/18 รวมถึง ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2013/14
อีกทางเลือกหนึ่ง พรีเมียร์ลีก อาจตัดสินใจไม่มอบตำแหน่งแชมป์ให้แก่ทีมใดเลยในฤดูกาลเหล่านั้นเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นใน กัลโช่ เซเรีย อา เมื่อครั้งริบแชมป์ของ ยูเวนตุส ในปี 2005 จากกรณีอื้อฉาว "กัลโช่โปลี"
นอกจากนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพ 1 สมัย และ ลีก คัพ อีก 3 สมัยในช่วงเวลาดังกล่าว โดยเอาชนะทั้ง สโต๊ค ซิตี้, ซันเดอร์แลนด์, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ในรอบชิงชนะเลิศ
การลงโทษปรับและตักเตือน
ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยถูก ยูฟ่า สั่งปรับเงินมาแล้ว 2 ครั้งเนื่องจากละเมิดกฎระเบียบทางการเงิน
ย้อนกลับไปในปี 2014 องค์กรกำกับดูแลฟุตบอลยุโรป ได้สั่งปรับเงินก้อนโตจำนวน 49 ล้านปอนด์ (โดยมีเงื่อนไขกำกับ) พร้อมทั้งจำกัดการซื้อขายนักเตะ อันเป็นผลมาจากการละเมิดกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์
ต่อมาในปี 2020 ยูฟ่า สั่งห้าม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงแข่งขันในรายการระดับยุโรปเป็นเวลา 2 ฤดูกาล และสั่งปรับเงิน 25 ล้านปอนด์ จากกรณี "แจ้งตัวเลขรายได้จากผู้สนับสนุนในบัญชีสูงเกินความเป็นจริง"
ทางสโมสรได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาทันที ซึ่งส่งผลให้คำสั่งห้ามลงแข่งขัน 2 ฤดูกาลถูกยกเลิกไป ส่วนโทษปรับเงินก็ถูกลดลงเหลือเพียง 8.9 ล้านปอนด์เท่านั้น
อย่างไรก็ตามทาง ดร.แดน พลัมลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในวงการฟุตบอลและอาจารย์อาวุโส สาขาการจัดการธุรกิจกีฬาแห่งมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ฮัลลัม เชื่อว่าสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจรอดพ้นจากบทลงโทษในระดับที่ "รุนแรงที่สุด" ไปได้
"ในเมื่อ ซิตี้ ถูกตัดสินว่ามีความผิดแล้ว มาตรการลงโทษต่างๆ ย่อมถูกนำมาพิจารณา ซึ่งทาง พรีเมียร์ลีก อาจผลักดันให้มีการลงโทษด้วยมาตรการใดมาตรการหนึ่ง หรือใช้หลายมาตรการควบคู่กันไป"
"เป็นเรื่องยากมากที่จะคาดเดาผลลัพธ์ที่จะตามมา เนื่องจากไม่เคยมีกรณีตัวอย่างมาก่อน"
"เราคงทำได้เพียงแค่คาดเดากันไปจนกว่าจะทราบผลการตัดสินอย่างเป็นทางการ แต่หากให้คาดการณ์ผมมองว่าความเป็นไปได้มากที่สุดคือการตัดแต้มและสั่งปรับเงิน ส่วนการปรับตกชั้นหรือการริบแชมป์นั้นถือเป็นมาตรการขั้นรุนแรงที่น่าจะเกิดขึ้นได้ยาก"

