เปิดศึกเยาวชนครั้งใหญ่! GLO Cup 2026 จับสลาก 7 ภูมิภาค ลุ้นแชมป์สู่เวทีระดับประเทศ
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย จัดพิธีจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนรายการ GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกทั้ง 7 ภูมิภาคอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมรอดโพธิ์ทอง สนามศุภชลาศัย ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักจากแขกผู้มีเกียรติ ผู้แทนสโมสร และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสุพิชญา นิทัศน์วรกุล รองผู้อำนวยการ เป็นผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีและดำเนินการจับสลากประกบคู่การแข่งขัน พร้อมด้วย นาวาอากาศตรี ภานุพันธุ์ อรุณเสถียร รองประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย และ นาวาอากาศเอก ส่งเสริม มาเพิ่ม กรรมการและเลขานุการมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย เข้าร่วมในงาน
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมจากการแข่งขัน GLO Cup 2025 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย เดินหน้าจัดการแข่งขัน GLO Cup 2026 ต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยในรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี (U13) และ 15 ปี (U15) ได้แสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะฟุตบอลผ่านเวทีการแข่งขันระดับประเทศ โดยรอบคัดเลือกจะจัดขึ้นในทั้ง 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ
คุณสุพิชญา นิทัศน์วรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การจัดการแข่งขัน GLO Cup ต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจในการสร้างโอกาสให้เยาวชนไทยได้มีเวทีแสดงศักยภาพอย่างจริงจัง และสามารถต่อยอดไปสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพในอนาคต
“การจัดการแข่งขัน GLO Cup ไม่ได้เป็นเพียงทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลเท่านั้น แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทั่วประเทศได้แสดงความสามารถอย่างแท้จริง เราเห็นแล้วจากปีแรกว่ามีเด็กจำนวนมากได้รับโอกาสและพัฒนาตัวเองผ่านเวทีนี้ ขณะเดียวกันรูปแบบการแข่งขันที่เข้มข้นตั้งแต่รอบคัดเลือกในแต่ละภูมิภาคก็ทำให้ทุกเกมมีความหมายและเต็มไปด้วยคุณภาพ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานฟุตบอลเยาวชนไทยในระยะยาว” คุณสุพิชญา กล่าว
สำหรับรูปแบบการแข่งขันในรอบคัดเลือกของแต่ละภูมิภาค จะมีทีมเข้าร่วมรุ่นละ 48 ทีม แบ่งออกเป็น 16 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อหาแชมป์กลุ่มเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนแข่งขันในระบบ น็อกเอาต์ จนได้ทีมแชมป์ของแต่ละภูมิภาค โดยจะมีตัวแทนจากแต่ละภูมิภาค ภูมิภาคละ 4 ทีม ผ่านเข้าสู่ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ขณะที่โซน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้สิทธิ์ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวน 8 ทีม
นอกจากนี้ ในการแข่งขันปี 2026 ยังมีการเพิ่มรูปแบบ “รอบชิงแชมป์ภูมิภาค” เป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของการแข่งขัน ชิงความเป็นหนึ่งของภูมิภาค ก่อนคัดเลือกตัวแทนเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่จะยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและสร้างประสบการณ์ให้กับนักเตะเยาวชนทั่วประเทศ
การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน GLO Cup 2026 มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างเวทีให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ พร้อมต่อยอดพัฒนาฝีเท้าสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยนักเตะที่มีผลงานโดดเด่นจะได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการ GLO STAR เพื่อเปิดโอกาสในการพัฒนาทักษะฟุตบอลในระดับนานาชาติ
ด้าน นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย กล่าวว่า ในปีนี้การแข่งขัน GLO Cup ได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มข้นมากขึ้นทั้งในด้านจำนวนทีมและคุณภาพของการแข่งขันในแต่ละภูมิภาค
“GLO Cup 2026 เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนไทย เราเห็นพัฒนาการของนักเตะจากปีแรกอย่างชัดเจน ทำให้ปีนี้มีการยกระดับการแข่งขันให้เข้มข้นมากขึ้น ขณะเดียวกันโครงการ GLO STAR ก็เป็นกลไกสำคัญในการคัดเลือกนักเตะที่มีศักยภาพจริง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ไปเรียนรู้ประสบการณ์ในระดับนานาชาติ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลไทยในอนาคต” ปิยะพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเยาวชนไทยจากโครงการ GLO STAR จำนวน 6 คน ได้รับโอกาสเดินทางไปฝึกซ้อมกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ทีมชั้นนำในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อเรียนรู้ระบบการฝึกซ้อมและมาตรฐานฟุตบอลอาชีพระดับสูง พัฒนาศักยภาพทั้งด้านทักษะและแนวคิดการเล่นฟุตบอล เพื่อนำประสบการณ์และความรู้กลับมาต่อยอดสู่การยกระดับฟุตบอลไทยในอนาคต พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยต่อไป
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน GLO Cup 2026 รอบคัดเลือกในแต่ละภูมิภาค จะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือน เมษายน ถึง กรกฎาคม 2569 โดยสนามแรกของการแข่งขันจะเริ่มต้น คิกออฟที่โซนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในวันที่ 7–12 เม.ย. 2569 ณ สนามกีฬาสถาบันพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง (สนามหลัก) ในรุ่น U13 และ สนามกีฬาสถาบันพระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง (สนามรักบี้) ในรุ่น U15 ก่อนจะเดินทางแข่งขันครบทั้ง 7 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมเยาวชนเข้าสู่ รอบชิงแชมป์ประเทศไทย
ผู้สนใจสามารถติดตาม ผลการจับสลากแบ่งกลุ่มของแต่ละโซน