ยากแต่ผ่านได้
มิเกล อาร์เตต้า มองว่าเกมนี้มีความท้าทายอยู่ 2 อย่างด้วยกัน
อย่างแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด เริ่มต้นฤดูกาลได้แข็งแกร่งยังไม่แพ้ใครจาก 5 นัดแรก และเสียประตูน้อยสุด 3 ประตู ทัพยูงทองแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากจากวันที่โดนปืนใหญ่ถล่ม 5-0 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว
อย่างที่สอง อาร์เซน่อล ต้องพิสูจน์ตัวเองหลังถูก ไบรท์ตัน อัดยับในนัดก่อนเบรกทีมชาติ อาร์เตต้า ใช้คำว่า "มีบางสิ่งในตัวตนของเราที่ถูกทำลายลงไป"
หลังพักเบรกทีมชาติไป 3 สัปดาห์ อาร์เซน่อล กลับมาเริ่มเกมได้อย่างที่ต้องการเป็นฝ่ายครองบอลได้ แต่รายละเอียดอย่างอื่นไม่ได้เหนือกว่า และเป็น ลีดส์ ด้วยซ้ำที่มีโอกาสลุ้นประตูจะแจ้งกว่า
ดาบิด ราย่า ต้องออกแรงเซฟช่วยทีมเอาไว้ 2-3 ครั้ง แถมโชคดีไม่เสียประตูในจังหวะยิงโล่งๆ ของ อันทอน ชตัช ที่ซัดไปติดพวกเดียวกันเอง
เกมรับของ ลีดส์ ตั้งรับได้หนียวแน่นมาก ขณะเดียวกัน เกมรุกของ อาร์เซน่อล ที่มีปัญหาฝั่งซ้ายจากอาการบาดเจ็บของ คริสตอส โซลิส ทำให้ต้องส่ง โนนี่ มาดูเอเก้ เล่นแทน ก็ไม่ได้สร้างความอันตรายเท่าที่ควร

คาลาฟิออรี่ ทำประตูตีเสมอ
อาร์เตต้า พูดถึงการเล่นของทีมในครึ่งแรกว่า "เราก็ไม่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่าง สถานการณ์ หรือจังหวะโอเวอร์แลปที่มี ให้กลายเป็นโอกาสเข้าทำประตูบอลและจังหวะในกรอบเขตโทษที่ดีกว่านี้ได้"
ก่อนที่ครึ่งหลัง ลีดส์ จะมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ กาเบรียล กุ๊ดมุนด์สสัน จ่ายบอลตัดจากซ้ายเข้าเขตโทษเลยถึงเสาไกล เจมส์ จัสติน วิ่งเติมเข้าไปยิงโล่งๆ ไม่เหลือ
"ทุกๆ ครั้งที่ ลีดส์ สาดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ พวกเขาน่ากลัวแบบเหลือเชื่อจริงๆ เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองตามหลัง 1 ประตูในบ้านตัวเอง" อาร์เตต้า กล่าวถึงสถานการณ์ที่เสียท่าให้คู่แข่งไปก่อน
นี่คือครั้งที่ 3 จาก 4 นัดหลังสุดที่ อาร์เซน่อล เสียประตูให้คู่แข่งไปก่อน ซึ่งอันที่จริงเกือบจะเป็นตลอด 4 นัดหลังด้วยซ้ำหาก ราย่า ไม่เซฟจุดโทษช่วยทีมในเกมกับ ซันเดอร์แลนด์
แต่หลังจากโดนนำได้ 7 นาที อาร์เซน่อล ตามตีเสมอได้สำเร็จ มาดูเอเก้ ปีกซ้ายจำเป็นโยนบอลเข้าเขตโทษให้ เบน ไวท์ โหม่งชงกลับมาให้ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ กระแทกจ่อๆ เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ปัดโดนแต่บอลยังเข้าประตูอยู่ดี
ประตูตีเสมอพลิกโมเมนตัมของเกมไปเลย อาร์เซน่อล กลับมาเป็นฝ่ายต่อบอลได้อย่างมั่นใจ บอลเซตจากหลังขึ้นหน้าแม่นยำมากขึ้น และเป็นช่วงเวลาที่ตัวสำรองลงมาเพิ่มพลังงานให้ทีมพอดีโดยเฉพาะ บรูโน่ กิมาไรส์ ที่แทงบอลแนวลึกได้ตลอด

กิมาไรส์ เฮสุดเหวี่ยงกับแฟนบอลหลังทำประตูนำ
กิมาไรส์ เป็นตัวจริงในลีกนัดแรกวันที่พ่ายยับต่อ ไบรท์ตัน วันนั้น อาร์เตต้า ยอมรับว่ากองกลางทีมชาติบราซิลทำผลงานไม่ได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น แต่เกมนี้เขาลงมายกระดับการเล่นของทีมได้ทันที
ในประตูตีเสมอก็เป็นคนเก็บบอลหนีการเพรสซิ่งจนได้ฟาวล์ก่อนเล่นเร็ว จากนั้น อาร์เซน่อล ก็ต่อบอลกันอย่างยอดเยี่ยมทางซ้ายที่นำโดย มาร์ติน โอเดการ์ด, บูคาโย่ ซาก้า และ เดแคลน ไรซ์ ที่ไขว้คืนหลังเหนือชั้นให้ กิมาไรส์ วิ่งเข้าตะบันเน้นๆ ตุงตาข่าย
เป็นการเข้าทำที่ทีมเวิร์ดสุดยอดมากและคู่ควรกับการเป็นประตูชัยอย่างแท้จริง เกมรับที่ว่าแน่นๆ ของ ลีดส์ พังครืนเลยตอน ไรซ์ ไขว้จ่ายในจังหวะเดียว
กิมาไรส์ ไม่ทิ้งโอกาสทองในการจบสกอร์สุดเฉียบขาด และกลายเป็นประตูแรกที่ทำได้ต่อหน้าแฟนบอลในเอมิเรตส์ สเตเดี้้ยม ในสีเสื้อปืนใหญ่
ก่อนหน้านี้ กิมาไรส์ ก็ทำประตูสำคัญให้ทีมไปแล้วในเกมบุกชนะ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเข้าลงสำรอง และซัดไกลจากนอกเขตโทษเช่นกัน แถมคนจ่ายคือ เดแคลน ไรซ์ คนเดิมอีกด้วย
2 ประตูของ บรูโน่ กิมาไรส์ ที่ทำให้ อาร์เซน่อล ล้วนสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเหตุผลว่าทำไม อาร์เซน่อล ต้องยอมจ่ายถึง 75 ล้านปอนด์เพื่อดึงกองกลางวัย 28 ปีรายนี้มาร่วมทีม

อาร์เตต้า ต้องการเพิ่มคุณภาพเชิงลึกให้ทีม ต้องการคนที่สามารถชี้ขาดเกมได้ ต้องการมิติที่เพิ่มขึ้นในแดนกลาง ซึ่งอดีตกองกลาง นิวคาสเซิ่ล มอบสิ่งเหล่านี้ได้
จากโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง (เข้ากรอบ 1) ในครึ่งแรก เพิ่มเป็น 9 ครั้ง (เข้ากรอบ 5) เกมของ อาร์เซน่อล ดีขึ้นชัดเจนโดยเฉพาะหลังตีเสมอได้ และน่าจะได้เพิ่มอีกจากโอกาสของทั้ง วิคตอร์ เยอเคเรส และ บูคาโย่ ซาก้า
การเจอกับ ลีดส์ อีกครั้งกลายเป็นงานที่ยากกว่าเดิมหลายเท่า แต่ อาร์เซน่อล ก็ยังเอาตัวรอดได้ด้วยคุณภาพของขุมกำลังที่ตัวสำรองพลิกเกมได้ให้ทีมได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมต้องการอย่างยิ่งในเส้นทางการป้องกันแชมป์ฤดูกาลนี้
ในแง่ผลการแข่งขันอาจไม่ขาดลอยเหมือนฤดูกาลที่แล้ว แต่การที่ อาร์เซน่อล แก้ตัวจากวันแพ้ยับต่อ ไบรท์ตัน ด้วยการกลับมาชนะอีกครั้ง และเป็นการเอาชนะทีมที่เสียประตูน้อยสุดรวมถึงทีมที่ยังไม่แพ้ใคร ก็ถือเป็นชัยชนะที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง

