เดลปิเอโร่ชำแหละบอลเลี่ยนต้องเลิกเห็นแก่ตัว
อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ตำนานแนวรุกทีมชาติอิตาลี ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์อันย่ำแย่ของวงการฟุตบอลแดนมะกะโรนีอย่างตรงไปตรงมา หลังต้องกระเด็นตกรอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลก โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันมาลดทิฐิและยอมรับความจริง
อดีตดาวยิงระดับไอคอนของ ยูเวนตุส กล่าวผ่านรายการสกาย คัลโช่ อันพรัค โดยไม่เกรงใจใครถึงความรุนแรงจากการพลาดตั๋วไปลุยบอลโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันว่า
"ครั้งแรกในปี 2018 มันคือความตกใจ ครั้งที่สองมันรู้สึกเหมือนฝันร้าย ส่วนครั้งที่สามมันเริ่มกลายเป็นความน่าอับอายที่จะหาข้อแก้ตัว เราเคยเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ และการมาอยู่ตรงนี้เป็นครั้งที่สามถือเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก" เดล ปิเอโร่ กล่าว
เดล ปิเอโร่ ยืนยันชัดเจนว่าความล้มเหลวครั้งนี้ไม่สามารถโยนความผิดให้ใครเพียงคนเดียวได้ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในการคุมทีมของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ หรือการบริหารงานของ กาบริเอเล่ กราวิน่า ประธานสหพันธ์ฯ
"มันมีสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากมายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนเกิดผลลัพธ์นี้ เบื้องหลังของเรื่องทั้งหมดนี้ยังมีอะไรมากกว่านั้นอีกมาก"
นอกจากนี้ แข้งอดีตวัย 51 ปี ยังชี้เป้าไปที่วัฒนธรรมการรักษาผลประโยชน์ส่วนตนที่เป็นตัวฉุดรั้งฟุตบอลอิตาลีให้ถอยหลังลงคลอง พร้อมย้ำถึงแนวทางการกอบกู้ชื่อเสียงว่า "โดยพื้นฐานแล้วเราคิดแต่เรื่องการเอาตัวรอดของตัวเองเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่ต้องเปลี่ยน"
"เราบอกคนหนุ่มสาวมากเกินไปว่าต้องทำอะไร และสิ่งนี้มันฆ่าความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา พวกเขาจะเก่งในการทำตามคำสั่ง แต่ทันทีที่ก้าวออกนอกระบบนั้น พวกเขาก็จะทำผิดพลาดและถูกตราหน้าว่าเป็นผู้เล่นที่แย่ นั่นไม่ใช่ความจริง ปัญหาก็คือพวกเขาถูกสอนมาแค่เรื่องเดียวเท่านั้น"
"ต้องวางทิฐิลง สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้คือความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเต็มใจที่จะเริ่มต้นใหม่ ศึกษาและวิเคราะห์ว่าใครกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง เราไม่ใช่คนที่เราคิดว่าเราเป็นอีกต่อไปแล้ว"
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา
