เผยมิลานจ่ายซื้อโมเรยร่าสูงสุดเกือบ70ล.ยูโร
เอซี มิลาน ตกเป็นข่าวว่าจ่ายเงินอย่างน้อย 51 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว ดีเอโก้ โมเรยร่า มาจาก สตราส์บูร์ก โดยมีเงื่อนไขโบนัสที่อาจทำให้ยอดรวมพุ่งสูงถึง 67.8 ล้านยูโร ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นการเซ็นสัญญาที่แพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสร
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มิลาน ค่อนข้างปิดเงียบเกี่ยวกับตัวเลขค่าตัวที่แท้จริงในการซื้อขายนักเตะ เห็นได้จากรายงานข่าวที่มีตัวเลขแตกต่างกันอย่างมากในกรณีการซื้อตัว กอนซาโล่ รามอส มาจาก เปแอสเช
กัลโช่ เอ ฟินันซ่า อ้างว่าพวกเขาได้เห็นเอกสารเกี่ยวกับการย้ายทีมของ โมเรยร่า และพบว่าค่าตัวอยู่ที่ 51.282 ล้านยูโร บวกกับเงื่อนไขเพิ่มเติมต่างๆ
เพียงแค่ตัวเลขนี้ก็ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดอันดับสองของ มิลาน รองจาก รามอส โดยสูงกว่าค่าตัว 49.5 ล้านยูโรที่จ่ายไปเพื่อคว้าตัว ราฟาเอล เลเอา
นั่นยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในสัญญายังระบุถึงโบนัสตามผลงานด้านต่างๆ ที่อาจทำให้ยอดเงินที่ต้องจ่ายให้ สตราส์บูร์ก เพิ่มขึ้นไปอีก
หากนักเตะทีมชาติเบลเยียม มีส่วนร่วมในการทำประตูอย่างน้อย 10 ครั้งในฤดูกาลเดียว จะส่งผลให้เกิดโบนัสพิเศษอีก 2.051 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นโบนัสแบบจ่ายครั้งเดียวที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
หาก โมเรยร่า ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างน้อย 15 นัดในหนึ่งฤดูกาลและอยู่ในสนามอย่างน้อย 45 นาที จะทำให้เกิดโบนัสอีก 1.025 ล้านยูโร
ในกรณีนี้ เงื่อนไขดังกล่าวสามารถใช้ได้สองครั้งตลอดช่วงเวลาที่เขาค้าแข้งในถิ่นซาน ซิโร่ ซึ่งหมายถึงยอดรวมสูงสุดที่ 5.128 ล้านยูโร
หากนักเตะมีการต่อสัญญาฉบับปัจจุบัน มิลาน จะต้องจ่ายเงินให้สโมสรเก่าของเขาอีก 2.051 ล้านยูโร โดยเงื่อนไขนี้สามารถใช้ได้สองครั้งเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีโบนัสที่ขึ้นอยู่กับผลงานของทีม เช่น เงินรางวัล 1.025 ล้านยูโรทุกครั้งที่ทัพ รอสโซเนรี่ ผ่านเข้าไปเล่นในรายการแชมเปียนส์ลีก แต่มีเงื่อนไขว่า โมเรยร่า ต้องลงเล่นในศึกเซเรีย อา รวมเวลาอย่างน้อย 2,000 นาทีในฤดูกาลนั้นด้วย
เงื่อนไขในลักษณะเดียวกันนี้ยังใช้กับการผ่านเข้าไปเล่นในรายการยูโรปา ลีก แต่โบนัสในส่วนนี้จะมีมูลค่าเพียง 256,000 ยูโรเท่านั้น
หาก มิลาน คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ โดยที่ โมเรยร่า ลงเล่นอย่างน้อย 2,000 นาทีในฤดูกาลนั้นของเซเรีย อา สตราส์บูร์ก จะได้รับเงินเพิ่มอีก 1.538 ล้านยูโร แต่เงินก้อนนี้จะเข้ามาแทนที่โบนัสสำหรับการผ่านเข้าไปเล่นในแชมเปียนส์ลีก
ยอดรวมหากมีการจ่ายโบนัสทั้งหมดนี้จะอยู่ที่ 67.8 ล้านยูโร แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด
ยังมีเงื่อนไขส่วนแบ่งจากการขายต่อ ซึ่ง สตราส์บูร์ก จะได้รับเปอร์เซ็นต์ที่คำนวณจากค่าตัวสุทธิ
หากค่าตัวต่ำกว่า 10 ล้านยูโร พวกเขาจะไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆ แต่หากค่าตัวสูงถึง 50 ล้านยูโร พวกเขาจะได้ส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์จากส่วนต่างระหว่าง 10 ล้านยูโรกับ 50 ล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 4 ล้านยูโร
ส่วนแบ่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านยูโรหากนักเตะถูกขายในราคา 50-55 ล้านยูโร หรือเป็น 6.75 ล้านยูโรหากราคาขายอยู่ที่ 70-100 ล้านยูโร
TH SPORTเว็บไซต์ข่าวกีฬา อัพเดทข่าวฟุตบอลต่างประเทศทุกวันทุกเวลา
